TOP เป็นที่รู้กันดี อยู่แล้วว่าหลาย ๆ สำนักประเมินช่วงไตรมาส 1 ปี 2563

TOP เป็นที่รู้กันดี

TOP เป็นที่รู้กันดี จะมีผลขาดทุนสุทธิราว 1.57 หมื่นล้านบาท พลิกจากที่มีกำไร 4.4 พันล้านบาทในช่วงไตรมาส 1 ปี 2562

TOP เป็นที่รู้กันดี

เป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่าหลาย ๆ สำนักประเมินช่วงไตรมาส 1 ปี 2563 ของบริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP จะมีผลขาดทุนสุทธิ….. แต่จะมากน้อยเท่าไรต้องรอดูจากการประกาศชัด ๆ ของบริษัท!? อย่างคร่าว ๆ จากการประเมินของบล.เอเชีย เวลท์ ว่าในไตรมาส 1 ปี 2563 ทาง TOP จะมีผลขาดทุนสุทธิราว 1.57 หมื่นล้านบาท พลิกจากที่มีกำไร 4.4 พันล้านบาทในช่วงไตรมาส 1 ปี 2562 และจากที่มีกำไรสุทธิ 1.98 พันล้านบาท ในช่วงไตรมาส 4 ปี 2562 นั่นเอง สำหรับปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อช่วงไตรมาส 1 ปี 2563 เนื่องจากการรับรู้ Stock loss (รวม NRV) ที่มากถึง 1.3 หมื่นล้านบาท จากราคาน้ำมันดิบที่ปรับลดลง อีกทั้งการรับรู้ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 2.45 พันล้านบาท ตามทิศทางของค่าเงินบาทที่อ่อนค่า และการดำเนินงานปกติ ได้รับผลกระทบจากค่าการกลั่น พร้อมด้วยส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ที่ลดลง นอกจากนี้คาดว่า TOP จะมี Market GIM อยู่ที่ 2.6 เหรียญต่อบาร์เรล โดย Margin ของกลุ่มธุรกิจหลัก คาดบริษัทจะมีค่าการกลั่น ไตรมาส 1 ปี 2563 อยู่ที่ 0.5 เหรียญต่อบาร์เรล ลดลงจากช่วงไตรมาส 1 ปี 2562 อยู่ที่ 3.0 เหรียญต่อบาร์เรล และในไตรมาส 4 ปี 2562 อยู่ที่ 2.7 เหรียญต่อบาร์เรล โดยมีอัตราการกลั่นอยู่ที่ 111%
ส่วนทางด้านธุรกิจอะโรเมติกส์ บริษัทมี Margin อยู่ที่ 1.6 เหรียญต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวจากไตรมาส 4 ปี2562 ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการฟื้นตัวของส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ โดยในช่วงไตรมาส 1 ปี 2563
บริษัทมีส่วนต่างพาราไซลีนและเบนซีนเพิ่มขึ้น 34% และ 278% จากไตรมาส 4 ปี 2562 ตามลำดับเป็นผลมาจากต้นทุนผลิต (ULG95) ที่ลดลง โดยบริษัทมีอัตราผลิตอยู่ที่ 80% ทั้งนี้เมื่อรู้อยู่แล้วว่าในช่วงไตรมาส 1 ปี 2563 จะขาดทุนสุทธิก็ควรมองข้ามไปดูช่วงระยะถัดไปว่าจะกลับมาฟื้นเมื่อไร? คำตอบจากบทวิเคราะห์ประเมินว่า ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2563 จะเป็นจุดต่ำสุดของปี 2563 แล้ว และเชื่อว่าในช่วงไตรมาส 2 ปี 2563 ผลประกอบการจะฟื้นตัวขึ้นจากไตรมาส 1 ปี 2563 อยู่ที่ 95% จากความต้องการในประเทศที่ชะลอตัว โดยเฉพาะกลุ่มน้ำมันเบนซิน และน้ำมันอากาศยาน ดังนั้นให้สมมติฐานค่าการกลั่น Market GRM อยู่ที่ 2.2 เหรียญต่อบาร์เรล และ Market GIM อยู่ที่ 4.5เหรียญต่อบาร์เรล พร้อมกับคาดว่าหลังพ้นจากสถานการณ์โควิด-19 จะกลับมาฟื้นตัวในช่วงครึ่งหลังของปี 2563 ขณะที่ลุ้นว่าในช่วงไตรมาส 2 ปี 2563 จะฟื้นตัวกลับมาดีขึ้นนั้น อีกสิ่งที่น่าสนใจ TOP ยังมีจุดแข็งด้วยพื้นฐานแข็งแกร่งอยู่ เมื่อไปดูฐานะทางการเงินก็ยังคงพบว่าแข็งแกร่งมาก ไม่ได้เลวร้ายสักนิดเดียว… เพราะสินทรัพย์หมุนเวียนมีมากถึง 134,676.29 ล้านบาท เทียบกับหนี้สินหมุนเวียนเพียง 38,666.70 ล้านบาท ได้ค่า CURRENT RATIO อยู่ที่ระดับ 3.48 เท่า ถือว่า สภาพคล่องทางการเงินของบริษัทยังมีพอสมควร…