มีเฮ BJCHI บริษัท บีเจซี เฮฟวี่ อินดัสทรี จำกัด (มหาชน) เป็นงานเกี่ยวกับการจัดหาและการแปรรูปโลหะเพื่อก่อสร้างชุดขุดเจาะแก๊ส

มีเฮ BJCHI

มีเฮ BJCHI  เนื่อง และช่วยสนับสนุนให้งานในมือรอรับรู้รายได้เพิ่มขึ้น

มีเฮ BJCHI

นายหยัง เจิน ลี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บีเจซี เฮฟวี่ อินดัสทรี จำกัด (มหาชน) หรือ BJCHI เปิดเผยว่า บริษัทฯชนะการประมูลงานในโครงการ Koodaideriซึ่งเป็นงานประกอบ

และแปรรูปกลุ่มชิ้นงานขนาดใหญ่ในอุตสาหกรรมเหมืองแร่และงานเพิ่มในอุตสาหกรรมก๊าซในโครงการ Santos ซึ่งเป็นงานเกี่ยวกับการจัดหาและการแปรรูปโลหะเพื่อก่อสร้างชุดขุดเจาะแก๊ส มูลค่ารวมกันกว่า 880 ล้านบาท โดยงานดังกล่าวจะทยอยรับรู้ต่อเนื่อง และช่วยสนับสนุนให้งานในมือรอรับรู้รายได้เพิ่มขึ้นแตะ 3,900 ล้านบาท“ปัจจุบัน BJCHI มีงานในมือที่รองรับรายได้ในปี 2563-2564 หลังจากที่มีการรับงานใหม่เพิ่มเติมจากโครงการเหมืองแร่ที่ออสเตรเลีย และปีนี้มีสัญญาณที่ดีขึ้นต่อเนื่อง เพราะมีลูกค้ามีจำนวนเพิ่มขึ้นจากหลายประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา เยอรมัน ออสเตรเลีย บราซิล ขณะที่การเกิดระบาดของไวรัส Covid-19 ที่ประเทศจีน บริษัทไม่ได้รับผลกระทบ แต่กลับเป็นผลดีเนื่องจากมีลูกค้าจากต่างประเทศที่เคยเป็นคู่ค้ากับผู้ประกอบการจีน หันมาให้ความสนใจ และติดต่อเข้ามายังบริษัทมากขึ้น ดังนั้น จึงคาดหวังว่าจะทำให้บริษัทมีโอกาสได้งานใหม่เพิ่มขึ้นอีกด้วย” หยัง เจิน ลี อย่างไรก็ตามท่ามกลางเศรษฐกิจไทยที่ยังชะลอตัว แต่บริษัทฯ คาดว่าผลประกอบการในปี 2563จะพื้นตัวอย่างต่อเนื่องจากปีที่แล้ว เนื่องจากมีปริมาณงานที่รอรับรู้รายได้ในระดับสูงสุดในรอบ 4 ปี นอกจากนี้ บริษัทฯ อยู่ระหว่างการเข้าประมูลงานใหม่ มูลค่า 17,000 ล้านบาท โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปผลการประมูลงานใหม่เพิ่มเติมในโครงการในอุตสาหกรรมน้ำมันและปิโตรเคมี ในอนาคตอันใกล้นี้ อนึ่ง ภาพรวมผลการดำเนินงานปี 62 บริษัทมีกำไรสุทธิ 47.2 ล้านบาท จากงวดเดียวกันปีก่อนที่มีผลขาดทุน 231.2 ล้านบาท ขณะที่มีรายได้รวมเท่ากับ 2,073.2 ล้านบาท จากงวดเดียวกันของปีก่อนมีรายได้รวมอยู่ที่ 943.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 120% ปัจจัยที่ทำให้มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น เนื่องจากได้รับปัจจัยหนุนจากอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ก๊าซ และเหมืองแร่ที่ฟื้นตัว ทั้งในประเทศ และ ต่างประเทศ ส่งผลให้มีงานใหม่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง…

GULFได้มอบเงิน 20 ลบ.เพื่อสนันสนุน รพ.รามา ซื้อเครื่องมือช่วยเหลือ ผู้ป่วยโควิด-19

GULFได้มอบเงิน 20 ลบ.เพื่อสนันสนุน

GULFได้มอบเงิน 20 ลบ.เพื่อสนันสนุน การช่วยเหลือผู้ป่วย โควิด-19 รองรับผู้ป่วย

GULFได้มอบเงิน 20 ลบ.เพื่อสนันสนุน

นายสารัชถ์ รัตนาวะดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี

ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF เปิดเผยว่า ที่ผ่านมากัลฟ์ได้มุ่งดำเนินโครงการด้านสาธารณสุขอย่างต่อเนื่อง สำหรับในโอกาสนี้บริษัทฯ ตระหนักถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ที่มีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเยอะ จึงขอมอบเงินสนับสนุนจำนวน 20 ล้านเพื่อให้ทางคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี จัดซื้ออุปกรณ์การแพทย์ เพื่อรองรับและเพิ่มอัตราการรอดชีวิตผู้ป่วย COVID-19 รวมถึงยังสามารถช่วยเหลือผู้ป่วยโรคปอดและหัวใจต่อไปได้อีกด้วย ด้าน ศ.นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา คณบดีคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ซึ่งมีความรุนแรงมากยิ่ด้าน ศ.นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา คณบดีคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ซึ่งมีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นในขณะนี้ ก็ทำให้คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ต้องเร่งเตรียมการในการรักษาผู้ป่วยขั้นรุนแรง ซึ่งอาจจะมีจำนวนมากขึ้นในอนาคต ซึ่งเครื่อง ECMO และเครื่องช่วยหายใจ เป็นอุปกรณ์สำคัญที่ต้องใช้ในสถานการณ์เช่นนี้ “ผู้ป่วยร้อยละ 85 มีอาการน้อย ไม่มีภาวะแทรกซ้อน แต่เรากังวลกลุ่มร้อยละ 15 ที่มีภาวะแทรกซ้อน ซึ่งมีอาการรุนแรง ลุกลามอย่างรวดเร็ว ปอดอักเสบ ต้องช่วยการหายใจด้วยอุปกรณ์พิเศษอย่างเครื่อง ECMO ที่ทำหน้าที่เหมือนปอดและหัวใจเทียม สำหรับสถานการณ์การติดเชื้อในประเทศไทยยังเป็น Golden Period ที่ผู้ติดเชื้อยังไม่มาก แต่เริ่มเพิ่มขึ้น สถานการณ์ยังเป็นไปได้สองทางคือ ค่อยๆ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องแบบในสิงคโปร์ หรือเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วแบบ อิตาลี อิหร่าน ซึ่งบุคลากรทางการแพทย์หวังว่าจะเป็นแบบที่ 2 เพื่อที่บุคลากรทางการแพทย์และอุปกรณ์ทางการแพทย์จะยังมีเพียงพอสำหรับการรักษาผู้ป่วย ซึ่งการป้องกันนั้นย่อมสำคัญกว่าการรักษา ยิ่งยังไม่มีวัคซีน เราจึงขอให้ทุกคนร่วมกันดูแลตัวเอง เพื่อที่จะได้ผ่านพ้นสถานการณ์นี้ไปด้วยกัน” รศ. ดร. พญ.ภัทรวัณย์ วรธนารัตน์ หัวหน้าภาควิชาออร์โธปิดิกส์ อนึ่ง เครื่องช่วยพยุงการทำงานของปอดและหัวใจ (เครื่อง ECMO) ใช้เพื่อประคับประคองเพื่อรอให้อวัยวะกลับมาทำงานเป็นปกติ เช่น ภาวะการหายใจล้มเหลวจากการติดเชื้ออย่างรุนแรงที่ปอด รวมถึงประคับประคองระหว่างรอการปลูกถ่ายหัวใจหรือปอด นับเป็นอีกนวัตกรรมทางแพทย์ที่ลดอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยในโรงพยาบาล