บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ IRPC ได้ผลบวดราคาน้ำมันดิบลงแรงซื้อเก็งกำไรเป้า 2.5 บ.

บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ IRPC

บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ IRPC ราคาต่ำเกินพื้นเกินพื้นฐานสะท้อนผลประกอบการที่จะมีผลการดำเนินงานขาดทุน

บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ IRPC

บล.เคทีบี (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์วันนี้(10มี.ค.63) ว่า บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ IRPC แม้การปรับลงครั้งนี้สะท้อนผลประกอบการที่จะมีผลการดำเนินงานขาดทุนในไตรมาส1/63 และยังมีแนวโน้มอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและโรงกลั่นยังไม่สดใสก็ตาม แต่เราเชื่อว่าราคาหุ้นปรับลงมาลึกเกินพื้นฐานมากเกินไป
การปรับลดราคาขายน้ำมันดิบของซาอุฯ จะส่งผลดีต่อ IRPC โดยตรงเพราะ IRPC ใช้น้ำมันดิบ Arab light ในการผลิตน้ำมันสำเร็จรูปและปิโตรเคมี ซึ่งจะทำให้ค่าการกลั่นและ Margin ของปิโตรเคมีอีกขึ้นราว 6 ดอลลาร์/บาร์เรล แต่อย่างไรก็ตามบริษัทจะได้มีผลขาดทุนจากสต๊อกน้ำมันเหมือนโรงกลั่นทุกโรงและจะเกิดขึ้นเพียงไตรมาสนี้ไตรมาสเดียวปัจจุบันเทรด P/BV ปีนี้ที่ระดับ -4SD หรือต่ำกว่ามูลค่าตามบัญชีปัจจุบันที่ประมาณ 3.5 บาท/หุ้น ราคาถูก หากเทียบกับราคาของต้นทุนการถือครองของผู้ถือหุ้นใหหญ่(ปตท.) ที่ประมาณ 4.12 บาท/หุ้น

 …

บริษัท PTTGC หลังบริษัทประกาศจ่ายปันผลจากกำไรสะสม เป็นอัตราเงินสด 1 บาท โดยกำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD

บริษัท PTTGC

บริษัท PTTGC จากการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตคาดว่าค่าการกลั่นของโรงกลั่นจะปรับตัวดีขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปีนี้

บริษัท PTTGC

โดยนักวิเคราะห์ บล.ยูโอบี เคย์เฮียน ระบุในบทวิเคราะห์ แนะนำ “ซื้อ” หุ้น PTTGC ให้ราคาเป้าหมาย 75 บาท คาดว่าผลประกอบการของ PTTGC จะออกจากจุดต่ำสุดในไตร 2/62

โดยได้รับแรงหนุนจากธุรกิจโรงกลั่นที่แข็งแกร่งและการมีส่วนร่วมมากขึ้น จากการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต PTTGC คาดว่าค่าการกลั่นของโรงกลั่นจะปรับตัวดีขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ จากการควบคุม IMO เพื่อผลักดัน demand ของเชื้อเพลิงดีเซลในขณะที่ธุรกิจ PE และธุรกิจอะโรเมติกส์คาดว่าจะชะลอตัวลงเล็กน้อย ส่วนนักวิเคราะห์ บล. คทีซีมิโก้ ระบุในบทวิเคราะห์ แนะนำ “Outperform” PTTGC ราคาเป้าหมาย 67 บาท/หุ้น คาดปี 2562 เป็นปีที่ยากลำบากของ PTTGC โดยผลการดำเนินงานอ่อนแอในครึ่งแรกปี 2562 และคาดแนวโน้มดังกล่าวจะดำเนินต่อเนื่องไปในครึ่งหลังปี 2562 จากความอ่อนแอของสเปรดผลิตภัณฑ์จากปัจจัยสงครามการค้าที่ยังยืดเเยื้อ และความเป็นไปได้ในการสูญเสียประโยชน์จากมาตรการ IMO จากการปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่นของบริษัทในช่วงไตรมาส 4/62 อย่างไรก็ตาม ปัจจัยลบต่าง ๆ ได้สะท้อนเข้าไปในราคาหุ้นพอสมควรแล้ว ซึ่งคาดความเสี่ยงขาลงของราคาหุ้นเริ่มจำกัด และโครงการซื้อหุ้นคืนของบริษัท ที่คาดจะเป็นกันชนหลักให้กับราคาหุ้น อีกทั้งหากมองไปในปี 2563 ที่คาดโมเมนตัมเชิงบวกของกำไรจะกลับมาในปีดังกล่าว หนุนจากปริมาณการขายที่สูงขึ้นเป็นหลัก และคาดการณ์อัตราเงินปันผลตอบแทนสม่ำเสมอในอัตราเฉลี่ย 4-5% ต่อปี

ขาดทุนหนัก  บริษัทยักษ์ใหญ บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ผลกระทบจากโควิด-19

ขาดทุนหนัก  บริษัทยักษ์ใหญ

ขาดทุนหนัก  บริษัทยักษ์ใหญ ผลกระทบจากโควิด-19

ขาดทุนหนัก บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) นายประกอบเกียรติ นินนาท กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BAFS เปิดเผยว่า บริษัทรับรายได้ปีนี้จะลดลง 12%จากปีก่อนที่บริษัทมีรายได้ 3,956.17 ล้านบาท

หลังคาดการณ์ปริมาณการเติมน้ำมันอากาศยานปีนี้จะลดลงราว 15% มาที่ 5,200 ล้านลิตร จากเดิมที่คาดว่าจะเติบโต 1-2% โดยปีก่อนที่มีปริมาณการเติมน้ำมันที่ 6,139 ล้านลิตร เนื่องจากต้นปีนี้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่กระทบถึงจำนวนเที่ยวบินให้ลดลง 40% และจำนวนผู้โดยสารลดลง 60% “คาดการณ์ที่เราให้ไว้นี้เป็นมุมมองที่ดูภาพรวมทั้งปีแล้ว แต่อย่างไรก็ตามหากสถานการณ์ต่างๆสามารถจบได้

รวดเร็วกว่าที่คาดผลประกอบการก็จะดีกว่าที่คาดไว้ โดย โดยเบื้องต้นคาดว่าจะจบลงในช่วงเดือน มิ.ย. ซึ่งในปีนี้นอกจากการขยายการลงทุนใหม่ๆแล้ว เราก็ยังเน้นการบริหารจัดการต้นทุนที่ดียิ่งขึ้น และตัดค่าใช้จ่ายที่ที่ไม่จำเป็นออก”นายประกอบเกียรติ กล่าว ขณะที่ล่าสุดบริษัทได้ตั้ง บริษัท บาฟส์ คลีน เอนเนอร์ยี่ คอร์เปอเรชั่น จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ถือหุ้น 100% เพื่อเข้าลงทุนในธุรกิจพลังงานทดแทนเป็นหลัก ซึ่งปัจจุบันได้มีการเจรจาเข้าซื้อกิจการโรงไฟฟ้าทั้งในและต่างประเทศ คาดว่าจะเห็นความชัดเจนในปีนี้บ้าง หากผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 ไม่กระทบการเดินทบการเดินทางเพื่อตรวจสอบโครงการ ในส่วนของ บริษัท บาฟส์ อินเทค จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยถือหุ้นในสัดส่วน 90% ปัจจุบันอยู่ระหว่างการเจรจาพันธมิตรที่มีนวัตกรรมในการพัฒนาและออกแบบรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งจะเข้ามาช่วยพัฒนาระเติมน้ำมันอากาศยานให้กับบริษัท รวมทั้งเพื่อจะประกอบและจำหน่ายในประเทศและต่างประเทศทั่วภูมิภาค คาดว่าจะเห็นความชัดเจนในปีนี้เช่นกัน สำหรับโครงการวางระบบบริการเติมน้ำมันอากาศยานสนามบินอู่ตะเภา ปัจจุบันอยู่ระหว่างรอผลการประมูล ซึ่งบริษัทได้เตรียมงบลงทุนไว้ราว 1,000 ล้านบาทรองรับการก่อสร้าง ซึ่งแหล่งเงินทุนมาจากการออกหุ้นกู้มูลค่าราว 1,000 ล้านบาท และบางส่วนมาจากเงินสดที่มีในบริษัท นอกจากนี้ บริษัท ขนส่งน้ำมันทางท่อ จำกัด ที่บริษัทถือหุ้นในสัดส่วน 75% คาดว่าจะการก่อสร้างท่อส่งน้ำมัน เฟส 2 จังหวัดพิจิตร-จังหวัดลำปาง จะแล้วเสร็จในช่วงกลางปี 63 ก่อนที่จะเปิดให้บริการในปี 64 และคาดว่าจะสามารถรับรู้รายได้เต็มปีในปี 65 ซึ่งจะส่งผลให้มีสัดส่วนรายได้จากการขนส่งน้ำมันทางท่อเป็น 30% จากปีนี้ 20% นาปยระกอบเกียรติ กล่าวอีกว่า บริษัทได้วางแผนยุทธศาสตร์การเติบโตในช่วงระยะเวลา 5 ปี (64-68) ข้างหน้า บริษัทจะมีสัดส่วนรายได้จากธุรกิจอื่นๆ 50% และมีรายได้จากธุรกิจให้บริการเติมน้ำมันอากาศยาน 50% เพื่อที่จะเป็นการกระจายความเสี่ยงจากการรับรู้รายได้จากธุรกิจเพียงธุรกิจเดียว