ขาดทุนหนัก  บริษัทยักษ์ใหญ บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ผลกระทบจากโควิด-19

ขาดทุนหนัก  บริษัทยักษ์ใหญ

ขาดทุนหนัก  บริษัทยักษ์ใหญ ผลกระทบจากโควิด-19

ขาดทุนหนัก บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) นายประกอบเกียรติ นินนาท กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BAFS เปิดเผยว่า บริษัทรับรายได้ปีนี้จะลดลง 12%จากปีก่อนที่บริษัทมีรายได้ 3,956.17 ล้านบาท

หลังคาดการณ์ปริมาณการเติมน้ำมันอากาศยานปีนี้จะลดลงราว 15% มาที่ 5,200 ล้านลิตร จากเดิมที่คาดว่าจะเติบโต 1-2% โดยปีก่อนที่มีปริมาณการเติมน้ำมันที่ 6,139 ล้านลิตร เนื่องจากต้นปีนี้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่กระทบถึงจำนวนเที่ยวบินให้ลดลง 40% และจำนวนผู้โดยสารลดลง 60% “คาดการณ์ที่เราให้ไว้นี้เป็นมุมมองที่ดูภาพรวมทั้งปีแล้ว แต่อย่างไรก็ตามหากสถานการณ์ต่างๆสามารถจบได้

รวดเร็วกว่าที่คาดผลประกอบการก็จะดีกว่าที่คาดไว้ โดย โดยเบื้องต้นคาดว่าจะจบลงในช่วงเดือน มิ.ย. ซึ่งในปีนี้นอกจากการขยายการลงทุนใหม่ๆแล้ว เราก็ยังเน้นการบริหารจัดการต้นทุนที่ดียิ่งขึ้น และตัดค่าใช้จ่ายที่ที่ไม่จำเป็นออก”นายประกอบเกียรติ กล่าว ขณะที่ล่าสุดบริษัทได้ตั้ง บริษัท บาฟส์ คลีน เอนเนอร์ยี่ คอร์เปอเรชั่น จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ถือหุ้น 100% เพื่อเข้าลงทุนในธุรกิจพลังงานทดแทนเป็นหลัก ซึ่งปัจจุบันได้มีการเจรจาเข้าซื้อกิจการโรงไฟฟ้าทั้งในและต่างประเทศ คาดว่าจะเห็นความชัดเจนในปีนี้บ้าง หากผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 ไม่กระทบการเดินทบการเดินทางเพื่อตรวจสอบโครงการ ในส่วนของ บริษัท บาฟส์ อินเทค จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยถือหุ้นในสัดส่วน 90% ปัจจุบันอยู่ระหว่างการเจรจาพันธมิตรที่มีนวัตกรรมในการพัฒนาและออกแบบรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งจะเข้ามาช่วยพัฒนาระเติมน้ำมันอากาศยานให้กับบริษัท รวมทั้งเพื่อจะประกอบและจำหน่ายในประเทศและต่างประเทศทั่วภูมิภาค คาดว่าจะเห็นความชัดเจนในปีนี้เช่นกัน สำหรับโครงการวางระบบบริการเติมน้ำมันอากาศยานสนามบินอู่ตะเภา ปัจจุบันอยู่ระหว่างรอผลการประมูล ซึ่งบริษัทได้เตรียมงบลงทุนไว้ราว 1,000 ล้านบาทรองรับการก่อสร้าง ซึ่งแหล่งเงินทุนมาจากการออกหุ้นกู้มูลค่าราว 1,000 ล้านบาท และบางส่วนมาจากเงินสดที่มีในบริษัท นอกจากนี้ บริษัท ขนส่งน้ำมันทางท่อ จำกัด ที่บริษัทถือหุ้นในสัดส่วน 75% คาดว่าจะการก่อสร้างท่อส่งน้ำมัน เฟส 2 จังหวัดพิจิตร-จังหวัดลำปาง จะแล้วเสร็จในช่วงกลางปี 63 ก่อนที่จะเปิดให้บริการในปี 64 และคาดว่าจะสามารถรับรู้รายได้เต็มปีในปี 65 ซึ่งจะส่งผลให้มีสัดส่วนรายได้จากการขนส่งน้ำมันทางท่อเป็น 30% จากปีนี้ 20% นาปยระกอบเกียรติ กล่าวอีกว่า บริษัทได้วางแผนยุทธศาสตร์การเติบโตในช่วงระยะเวลา 5 ปี (64-68) ข้างหน้า บริษัทจะมีสัดส่วนรายได้จากธุรกิจอื่นๆ 50% และมีรายได้จากธุรกิจให้บริการเติมน้ำมันอากาศยาน 50% เพื่อที่จะเป็นการกระจายความเสี่ยงจากการรับรู้รายได้จากธุรกิจเพียงธุรกิจเดียว