Home>Rupert (Page 2)

พบยอดติดเชื้อโควิด-19 ทั่วโลกทะลุ 2.25 ล้าน เสียชีวิต 1.54 แสนราย

พบยอดติดเชื้อโควิด-19 ขณะนี้จำนวนผู้ติดไวรัสโควิด-19 สะสมทั่วโลกยอดทะลุ 2,250, 751 ราย เสียชีวิตแล้ว 154,261 ราย

พบยอดติดเชื้อโควิด-19

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ Worldometer รายงานข้อมูลที่มีการรวบรวมจากหน่วยงานด้านสาธารณสุขทั่วโลก ระบุว่า

ขณะนี้จำนวนผู้ติดไวรัสโควิด-19 สะสมทั่วโลกยอดทะลุ 2,250, 751 ราย เสียชีวิตแล้ว 154,261 ราย และมีผู้ที่รักษาหายแล้วจำนวน 571,145 รายโดยสหรัฐอเมริกามีผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 สะสมจำนวน 710,021 ราย และมีผู้เสียชีวิตรวม 37,158 ราย ทั้งนี้ สหรัฐติดอันดับ1 ของโลกทั้งจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 และผู้เสียชีวิต สเปน มีผู้ติดเชื้อ 190,839 ราย เสียชีวิต 20,002 ราย และอันดับ 3 คือ อิตาลี มีผู้ติดเชื้อสะสม 172,434 ราย เสียชีวิต 22,745 ราย ฝรั่งเศส ผู้ติดเชื้อ 147,969 ราย ผู้เสียชีวิต 18,681 ราย และเยอรมัน ผู้ติดเชื้อ 141,397 ราย เสียชีวิต 4,352 ราย

หุ้น JAS วันนี้เทรดกันเดือด! แรงสุดซิลลิ่ง 5.65 บาท แย่สุดฟลอร์ 4.18 บาท ทิ้งทวนรับปันผล 1.48 บาท วัดใจ

หุ้น JAS วันนี้เทรดกันเดือด!

หุ้น JAS วันนี้เทรดกันเดือด! ถือรับปันผล-เทขายทำกำไร จับตาราคาหุ้นวันขึ้น XD วันแรก กรณีดีสุดไปถึง 4.80 บาท

หุ้น JAS วันนี้เทรดกันเดือด!

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าวันนี้ (17 เม.ย.) เป็นที่น่าจับตาความเคลื่อนไหวราคาหุ้นบริษัทจัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS

เนื่องจากเป็นวันสุดท้ายก่อนขึ้นเครื่องหมาย XD (ผู้ซื้อหุ้นไม่มีสิทธิได้รับเงินปันผล) วันที่ 20 เม.ย. 2563 อัตราเงินปันผลหุ้นละ 1.48 บาท ทำให้ราคาและมูลค่าการซื้อขาย JAS วันนี้มีโอกาสเคลื่อนไหวคึกคักเป็นพิเศษเนื่องจากจะมีทั้งนักลงทุนที่เข้ามาซื้อหุ้นเพื่อรับปันผล 1.48 บาท และนักลงทุนที่เข้ามาเพื่อเล่นเก็งกำไรระยะสั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่าวันนี้ (17 เม.ย.) เป็นที่น่าจับตาความเคลื่อนไหวราคาหุ้นบริษัทจัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS เนื่องจากเป็นวันสุดท้ายก่อนขึ้นเครื่องหมาย XD (ผู้ซื้อหุ้นไม่มีสิทธิได้รับเงินปันผล) วันที่ 20 เม.ย. 2563 อัตราเงินปันผลหุ้นละ 1.48 บาท ทำให้ราคาและมูลค่าการซื้อขาย JAS วันนี้มีโอกาสเคลื่อนไหวคึกคักเป็นพิเศษ เนื่องจากจะมีทั้งนักลงทุนที่เข้ามาซื้อหุ้นเพื่อรับปันผล 1.48 บาท และนักลงทุนที่เข้ามาเพื่อเล่นเก็งกำไรระยะสั้น (ชนซิลลิ่ง) 4.80 บาท ปรับลงต่ำสุด (ติดฟลอร์) 3.55 บาท กรณีดีปานกลาง ราคาเริ่มต้นที่ 3.82 บาท ราคาสูงสุด 4.38 บาท ราคาต่ำสุด 3.24 บาทกรณีปานกลาง (เสมอตัว) ราคาเริ่มต้นที่ 3.44 บาท ราคาสูงสุด 3.96 บาท ราคาต่ำสุด 2.92 บาท กรณีแย่ปานกลาง ราคาเริ่มต้นที่ 3.08 บาท ราคาสูงสุด 3.53 บาท ราคาต่ำสุด 2.61 บาท และกรณีแย่สุด ราคาเริ่มต้นที่ 2.70 บาท ราคาสูงสุด 3.11 บาท ราคาต่ำสุด 2.30 บาท กรณีปานกลาง (เสมอตัว) ราคาเริ่มต้นที่ 3.44 บาท ราคาสูงสุด 3.96 บาท ราคาต่ำสุด 2.92 บาท กรณีแย่ปานกลาง ราคาเริ่มต้นที่ 3.08 บาท ราคาสูงสุด 3.53 บาท ราคาต่ำสุด 2.61 บาท และกรณีแย่สุด ราคาเริ่มต้นที่ 2.70 บาท ราคาสูงสุด 3.11 บาท ราคาต่ำสุด 2.30 บาท

ข่าวหุ้น BWG ราคาหุ้นบริษัท เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน จำกัด (มหาชน) โดยราคาหุ้นปรับตัวลงแรงคาดขายทำไรหลังหุ้นปรับตัวแรง

ข่าวหุ้น BWG

ข่าวหุ้น BWG คาดผลกระทบ COVID-19 จะกระทบรุนแรงต่อธุรกิจกำจัดขยะ

ข่าวหุ้น BWG

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาหุ้นบริษัท เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน จำกัด (มหาชน) หรือ BWG ล่าสุด ณ เวลา 16.05 น.อยู่ที่ระดับ 0.27 บาท ลดลง 0.04 บาท

หรือ 12.90% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 30.68 ล้านบาท ราคาหุ้นสูงสุดของวันที่ระดับ 0.31 บาท ต่ำสุดของวันที่ระดับ 0.27 บาท โดยราคาหุ้นปรับตัวลงแรงคาดขายทำไรหลังหุ้นปรับตัวแรงมาหลายวันติดและเกินราคาเป้าหมายโบรกแนะนำที่ระดับ 0.30 บาท โดยก่อนหน้านี้ บล.ทรีนีตี้ แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 0.30 บาท/หุ้น คาดว่าบริษัทจะสามารถพลิกกลับมาเป็นกำไรได้เล็กน้อยในปี 63 ที่ 7 ล้านบาท จากธุรกิจโรงไฟฟ้าที่เริ่มรับรู้รายได้จากการดำเนินการจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ ทั้งนี้ คาดผลกระทบ COVID-19 จะกระทบรุนแรงต่อธุรกิจกำจัดขยะ เนื่องจากผลผลิตภาคอุตสาหกรรมมีการหยุดชะงัก ด้าน ราคาหุ้นปรับตัวลงมาอย่างมาก ทำให้ ณ ปัจจุบันบริษัทมี P/BV เพียง 0.2 เท่า ต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์และต่ำเป็นอันดับต้นๆในตลาดหลักทรัพย์ คงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยรอจังหวะเข้าลงทุนจากการฟื้นตัว ราคาเป้าหมายใหม่ 0.30 บาท อ้างอิง P/BV ที่ 0.31 เท่า (-2SD บนค่าเฉลี่ย P/BV ย้อนหลัง 1 ปี)

6 โบรกฯเคาะ หรือ ORI “ซื้อ” หลังมองแนวโน้มกำไรในไตรมาส

6 โบรกฯเคาะ หรือ ORI

6 โบรกฯเคาะ หรือ ORI จากเริ่มโอน 2 โครงการคอนโดมิเนียมใหม่ตั้งแต่ต้นปี

6 โบรกฯเคาะ หรือ ORI

“ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์” ได้ทำการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับบทวิเคราะห์บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI โดยมีนักวิเคราะห์หลายแห่งกำหนดคำแนะนำ “ซื้อ” หลังมองแนวโน้มกำไรในไตรมาส 1/63 จะยังสามารถทำได้ดีระดับ 700-800 ล้านบาท จากเริ่มโอน 2 โครงการคอนโดมิเนียมใหม่ตั้งแต่ต้นปี

แต่ในส่วนของการขายได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจชะลอตัว และการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้ไม่สามารถขายได้อย่างเต็มที่ ขณะเดียวกัน ORI ยังมียอดขายรอโอน (Backlog) รองรับรายได้ในระดับสูง และมีการกระจายพอร์ตธุรกิจไปรุกตลาดแนวราบ และธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำมากขึ้น ทำให้มองว่าหากสถานการณ์ต่าง ๆ คลี่คลายจะเป็นผลบวกต่อการฟื้นตัวขึ้นอย่างชัดเจนของราคาหุ้น ORI หลังจากปรับตัวลดลงมาค่อนข้างมากก่อนหน้านี้ และแม้ราคาหุ้นจะปรับขึ้นมาแล้วในระยะสั้น แต่มองว่าราคาหุ้นยังมีอัพไซด์อยู่ ด้านนายมงคล พ่วงเภตรา ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ กลยุทธ์การลงทุน บล.เคทีบี (ประเทศไทย) คาดการณ์แนวโน้มกำไร ORI ในไตรมาส 1/63 จะออกมาในระดับ 700-800 ล้านบาท ต่ำกว่าไตรมาส 4/62 และช่วงเดียวกันของปีก่อน จากภาวะของตลาดอสังหาริมทรัพย์ชะลอตัวลงมาก ตามภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอ และผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 อย่างไรก็ตาม กำไรในช่วงดังกล่าวนับว่าอยู่ในระดับที่ดี เนื่องจากยังมีการโอนโครงการคอนโดมิเนียมใหม่เข้ามาในช่วงต้นปี 2 โครงการ และโอนโครงการแนวราบเข้ามาเพิ่มขึ้น รวมถึงมีกำไรพิเศษที่มาจากการขายเงินลงทุนในบริษัทร่วมทุนเข้ามาเสริม ส่วนแนวโน้มในช่วงไตรมาส 2/63 ยังมีความท้าทายค่อนข้างมาก เพราะการระบาดของไวรัสโควิด-19 ยังไม่คลี่คลาย ทำให้จะเห็นผลกระทบมากขึ้นในช่วงไตรมาสนี้ แต่หากสถานการณ์คลี่คลายได้ภายในไตรมาส 2 นี้ มองว่าจะเริ่มเห็นการฟื้นตัวของตลาดขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งจะส่งผลบวกต่อการฟื้นตัวของผลงานของบริษัท ขณะที่ภาพรวมของกำไรในปีนี้มองว่าจะเห็นการปรับตัวลงจากปีก่อนค่อนข้างมากราว 33% มาอยู่ที่กว่า 2 พันล้านบาท แต่มองว่าราคาหุ้นได้ปรับตัวลดลงไปค่อนข้างมากสะท้อนปัจจัยลบดังกล่าวไปแล้วก็มีโอกาสที่ราคาจะปรับขึ้นได้หลังจากนี้ ด้านนายกวี ชูกิจเกษม รองกรรมการผู้จัดการ บล.กสิกรไทย มองว่า ราคาหุ้น ORI ได้ปรับตัวลดลงมาค่อนข้างมากในช่วงที่ผ่านมา รับปัจจัยลบที่ส่งผลกระทบต่อภาคอสังหาริมทรัพย์ และภาวะตลาดหุ้นที่ปรับตัวลดลงแรงในช่วงที่ผ่านมา ขณะที่ราคาหุ้นยังมีโอกาสปรับตัวขึ้นได้ มาจากแนวโน้มกำไรในไตรมาส 1/63 ที่น่าจะอยู่ในระดับที่ดีกว่า 700 ล้านบาท จากการโอน 2 โครงการคอนโดมิเนียมใหม่ตั้งแต่ต้นปี แม้ว่าการขายอาจจะมีการชะลอตัวไปบ้างจากปัจจัยของภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่เอื้อ และผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 ที่ทำให้ไม่สามารถทำกิจกรรมการขายได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ ORI ยังมีปัจจัยหนุนจากการเปิดกว้างรับพันธมิตรใหม่เข้ามาร่วมทุนพัฒนาโครงการ ทำให้ลดความเสี่ยงในการลงทุนลง และใช้เงินลงทุนน้อยลงเมื่อเทียบกับลงทุนพัฒนาเอง พร้อมกับแผนการรุกตลาดแนวราบมากขึ้น ช่วยสนับสนุนการเติบโตระยะกลาง-ยาว

เคาะ 11 หุ้น มีหลักทรัพย์เตรียมประกาศจ่ายเงินปันผลและเตรียมขึ้นเครื่องหมาย XD

เคาะ 11 หุ้น

เคาะ 11 หุ้น หุ้นเตรียมจ่ายปันผลในช่วงดังกล่าวมานำเสนอในการเข้าลงทุน โดยมีหุ้นที่เตรียมขึ้น XD

เคาะ 11 หุ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันพรุ่งนี้(14 เม.ย.63) มีหลักทรัพย์เตรียมประกาศจ่ายเงินปันผลและเตรียมขึ้นเครื่องหมาย XD (ผู้ซื้อหลักทรัพย์ไม่ได้สิทธิรับเงินปันผล) ดังนั้นทีมข่าว “ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์”

จึงทำการรวบรวมกลุ่มหุ้นเตรียมจ่ายปันผลในช่วงดังกล่าวมานำเสนอในการเข้าลงทุน โดยมีหุ้นที่เตรียมขึ้น XD ตามตารางประกอบดังนี้ อนึ่ง การขึ้นเครื่องหมาย XD (ผู้ซื้อหลักทรัพย์ไม่ได้สิทธิรับเงินปันผล) นั้น หมายความว่านักลงทุนที่ซื้อหุ้น ในวันนี้จะไม่ได้สิทธิรับเงินปันผล ดังนั้นการที่นักลงทุนเข้าซื้อหุ้นที่ติดเครื่องหมาย XD ในวันที่ขึ้นเครื่องหมาย XD อาจทำให้นักลงทุนได้รับผลตอบแทนน้อย และการขึ้นเครื่องหมาย XD จะกระทบต่อราคาหุ้นในทางลบ ซึ่งหลังจากวันขึ้นเครื่องหมาย XD ราคาหุ้นมักปรับตัวลงด้วยจำนวนเงินที่จ่ายปันผล…

ศบค ได้แถลงข่าวคนไทยติดเชื้อ ไวรัสโควิด-19 เพิ่มขึ้นอีก 33 ราย ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 3 ราย ยอดรวมผู้เสียชีวิต 2551 คน

ศบค ได้แถลงข่าวคนไทยติดเชื้อ ไวรัสโควิด-19 ทำให้มีจำนวนผู้ป่วยสะสมรวมทั้งสิ้น 2,551 คน จากทั้งหมดรวม 68 จังหวัด

ศบค ได้แถลงข่าวคนไทยติดเชื้อ ไวรัสโควิด-19

นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) เปิดเผยว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศล่าสุดวันนี้(12เม.ย.63) พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อเพิ่มขึ้น 33 คน ทำให้มีจำนวนผู้ป่วยสะสมรวมทั้งสิ้น 2,551 คน จากทั้งหมดรวม 68 จังหวัด จำนวนผู้ป่วยที่กลับบ้านได้แล้ว รวมทั้งสิ้น1,218 คน มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 3 คน รวมเป็นผู้เสียชีวิตสะสม 38 คน
โดยผู้เสียชีวิตรายที่ 1 เป็นชายไทยอายุ 74 ปี ป่วยเป็นเบาหวานและไขมันในเลือดสูงร่วมด้วย
สาเหตุของการรับเชื้อมาจากเดินทางไปตลาดนัด และคนในบ้านมีการอยู่รวมกลุ่มกัน เริ่มมีอาการไข้ตั้งแต่ 1 เม.ย. แต่เข้ามารับการรักษาตัวที่ รพ.ในจ.นครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 8 เม.ย. มีอาการไข้สูงและถ่ายเป็นสีดำ ผู้ป่วยอาการเริ่มแย่ลงและเสียชีวิตเมื่อ 11 เม.ย.
ส่วนผู้เสียชีวิตรายที่ 2 เป็นหญิงไทย อายุ 65 ปี ป่วยเป็นไข้สูง มีการเดินทางไปเยี่ยมญาติใน จ.ชุมพร เมื่อวันที่ 20-26 มี.ค. จากนั้นมีไข้ในวันที่ 27-31 มี.ค.มารับยาที่ รพ.แล้วกลับบ้าน หลังจากนั้นกลับมา รพ.อีกครั้ง แต่อาการหนักต้องใส่ท่อช่วยหายใจ ผู้ป่วยอาการแย่ลง และเสียชีวิตในวันที่ 11 เม.ย.
ส่วนผู้เสียชิวิตรายที่ 3 เป็นชายไทย อายุ 44 ปี ถูกส่งตัวต่อมาจาก รพ.เอกชนตั้งแต่ 28 มี.ค. และอาการหนักมาตั้งแต่แรกรับ ต้องใช้ยาหลายขนานเพื่อดูแลทุกระบบของร่างกาย แต่ผู้ป่วยอวัยวะภายในล้มเหลว ต้องล้างไตหลายครั้ง และเสียชีวิตล่าสุดเมื่อเช้าวันนี้

เปิด 3 รายชื้อหุ้น SET100 ภาวะเศรษฐกิจไทยในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมารับผลกระทบจากการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19

เปิด 3 รายชื้อหุ้น SET100

เปิด 3 รายชื้อหุ้น SET100 เพื่อมากระตุ้นเศรษฐกิจทุกภาคส่วน และคาดว่าเม็ดเงินภาครัฐจะช่วยหนุนให้การลงทุนในประเทศรวมทั้งตลาดหุ้นไทยฟื้นตัวได้อีกครั้ง

เปิด 3 รายชื้อหุ้น SET100

ภาวะเศรษฐกิจไทยในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมารับผลกระทบจากการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 และทำให้ธุรกิจในประเทศไทยชะลอตัวอย่างหนัก ทำให้ภาครัฐออกมาตรการเยียวยากระตุ้นเศรษฐกิจระยะที่1-2 และ 3 เพื่อมากระตุ้นเศรษฐกิจทุกภาคส่วน และคาดว่าเม็ดเงินภาครัฐจะช่วยหนุนให้การลงทุนในประเทศรวมทั้งตลาดหุ้นไทยฟื้นตัวได้อีกครั้ง

เนื่องจากในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงแรงอย่างมากโดยเห็นได้จากดัชนี SET ณ วันที่ 30 ธ.ค.62 อยู่ที่ระดับ 1579.84 จุด อ่อนตัวมาอยู่ที่ระดับ 1087.82 จุด ณ วันที่ 31 มี.ค.63 ลดลง 492.02 จุด หรือลดลง 45.22% เนื่องจากนักลงทุนเทขายหุ้นอย่างหนักและส่งผลให้ราคาหุ้นร่วงหนักและบางตัวลงแรงเกินพื้นฐานธุรกิจ อย่างไรก็ตามนักวิเคราะห์มีมุมมองต่อตลาดหุ้นไทยในระยะนี้ยังคงมีความผันผวนสูงจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ดังนั้น ความหวังหลักจึงอยู่ที่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ อีกทั้งในช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาได้เห็นเม็ดเงินลงทุนจากต่าง ชาติเริ่มมีกลับเข้ามาซื้อหุ้นไทยหลังจากที่ตั้งแต่ต้นปีมียอดขายสุทธิกว่า 121,000 ล้านบาท จึงมองเป็นสัญญาณบวก ซึ่งหากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 สามารถคลี่คลายลงได้ภายในไตรมาสที่ 2 คาดว่าอาจเห็นดัชนีมีโอกาสปรับตัวขึ้นไปแตะระดับ 1,350 จุดได้ภายในปีนี้ จากสภาพคล่องที่อยู่ในระดับสูงและการคาดหวังการฟื้นตัวของกำไรในปีหน้า โดยจากการสำรวจข้อมูลกลุ่ม SET100 ในช่วง 3 เดือนพบว่ามีหุ้น 3 รายที่ปรับตัวแข็งแกร่งและบวกสวนภาวะตลาดในภาวะโควิด-19 ระบาดหนักได้อย่างสดใสนั้นก็คือ STA,TU และ TQM ดังตาราประกอบโดยบริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) หรือ STA ราคาหุ้นในช่วง 3 เดือนปรับตัวขึ้น 10% จากยืนที่ระดับ 10 บาท ณ วันที่ 30 ธ.ค.62 บวกไป 1.00 บาท มาอยู่ที่ระดับ 11.00 บาท ณ วันที่ 31 ม.ค.63 เนื่องจากธุรกิจถุงมือยางได้รับประโยชน์จากสถานการณ์โควิด-19 ระบาดและเป็นบวกต่อผลการดำเนินงานปี 2563 บล.โนมูระ พัฒนสิน ระบุในบทวิเคราะห์ แนะนำ “ซื้อ” หุ้น STA ทั้งนี้จากข่าวใน Bloomberg ว่า ธุรกิจถุงมือยางโลกกำลังขาดสต๊อกเพราะมาเลเซียประกาศ LOCK DOWN เป็นเวลาเกือบ 1 เดือน (18 มี.ค. – 14 เม.ย.) ทำให้โรงงานถุงมือในมาเลเซียขาดคนงานและมีอัตราการใช้กำลังผลิตได้เพียง 50% ตอนนี้คำสั่งซื้อต้องรอคิวการส่งมอบนานถึง 4 เดือน ดังนั้นจึงคาดว่าโรงงานถุงมือยางในไทยจะได้รับประโยชน์ เพราะไทยเป็นผู้ผลิตใหญ่อันดับสองรองจากมาเลเซีย และไทยมีจุดเด่นคือแหล่งวัตถุดิบน้ำยางข้นเป็นของตนเอง ส่วนคู่แข่งอีกรายคือจีนคงต้องเร่งผลิตเพื่อใช้เองมากกว่า สำหรับ STA มีบริษัทย่อยคือ STGT มีส่วนแบ่งตลาดถุงมือยางโลก 7% และยังมีแผนเพิ่มกำลังการผลิตต่อเนื่องใน 5 ปีข้างหน้ารวม 83% จึงคาดว่า STGT จะมีทั้งปริมาณขายเพิ่ม และโอกาสในการปรับราคาขาย ทำให้มาร์จิ้นและกำไรเติบโต

TVO บริษัท น้ำมันพืชไทย จำกัด (มหาชน) รัฐบาลออกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19

TVO บริษัท น้ำมันพืชไทย

TVO บริษัท น้ำมันพืชไทย เพื่อเป็นการลดโอกาสการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 มิให้ขยายไปในวงกว้าง และเป็นการแสดงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมโดยรวม

TVO บริษัท น้ำมันพืชไทย

นายบวร วงศ์สินอุดม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท น้ำมันพืชไทย จำกัด (มหาชน)หรือ TVO เปิดเผยว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ที่รัฐบาลออกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร รวมทั้งประกาศห้ามการชุมนุมการทำกิจกรรม การมั่วสุมในลักษณะที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรค

เพื่อเป็นการลดโอกาสการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 มิให้ขยายไปในวงกว้าง และเป็นการแสดงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมโดยรวม ทั้งนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 5/2563 เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2563 ได้พิจารณาโดยคำนึงถึงสุขภาพอนามัยและความปลอดภัยของผู้เข้าร่วมประชุมและพนักงานทุกท่านมีมติให้เลื่อนการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นออกไปไม่มีกำหนด โดยยกเลิกวันประชุมและวาระการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2563 ที่กำหนดไว้ในวันที่ 24 เมษายน 2563 แต่ยังคงวันกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นเพื่อสิทธิในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น (XM) ไว้ตามเดิมในวันที่ 16 มีนาคม 2563 สำหรับ การเลื่อนวันประชุมดังกล่าวจะไม่กระทบต่อการดำเนินงานของบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ รวมทั้งสิทธิของผู้ถือหุ้นในการรับเงินปันผลโดยกำหนดจ่ายปันผลระหว่างกาลแทนการจ่ายปันผลประจำปี เพื่อลดผลกระทบต่อสิทธิในการรับเงินปันผลของผู้ถือหุ้นจากความไม่แน่นอนในการจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้น โดยจ่ายปันผลอัตราหุ้นละ 0.75 บาท ซึ่งเป็นอัตราเดิมตามที่เคยเสนอไว้จากผลการดำเนินงานของบริษัทงวด 6 เดือนหลังของปี 2562 ให้แก่ผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิได้รับเงินปันผล (Record Date) ในวันที่ 16 มีนาคม 2563 โดยมีกำหนดการจ่ายเงินปันผลในวันที่ 8 พฤษภาคม 2563 การจ่ายปันผลระหว่างกาลครั้งนี้ เมื่อรวมกับปันผลระหว่างกาลที่มีการประกาศจ่ายไปแล้ว เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2562 ในอัตราหุ้นละ 0.70 บาท จะเป็นเงินปันผลระหว่างกาลรวมสำหรับปี 2562 ในอัตราหุ้นละ 1.45 บาท อย่างไรก็ตาม บริษัทจะติดตามสถานการณ์การระบาดของของไวรัส COVID-19 อย่างใกล้ชิด เมื่อสถานการณ์คลี่คลายและเหมาะสม บริษัทจะจัดให้มีการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นโดยเร็วต่อไป…

มีผู้สื่อข่าวออกมารายงาน JAS อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) เผยข้อมูลระบบสารสนเทศ

มีผู้สื่อข่าวออกมารายงาน JAS

มีผู้สื่อข่าวออกมารายงาน JAS ให้มีการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2563 ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาด

มีผู้สื่อข่าวออกมารายงาน JAS

เปิดเผยข้อมูลผ่านระบบสารสนเทศของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) โดยระบุว่า ตามที่บริษัทกำหนดให้มีการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2563 ในวันจันทร์ที่ 27 เมษายน 2563 นั้น

ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (COVID–19) ในประเทศไทย มีการแพร่ระบาดเพิ่มขึ้น และเริ่มกระจายในวงกว้างมากขึ้น ประกอบกับรัฐบาลได้ขอความร่วมมือให้ภาคเอกชนพิจารณาความจำเป็นในการจัดกิจกรรม ที่มีลักษณะเป็นการรวมกลุ่มกัน ซึ่งจะเป็นโอกาสที่ทำให้การแพร่ระบาดเกิดขึ้นและกระจายสู่บุคคลทั่วไปได้โดยง่ายจากเหตุผลและความจำเป็นดังกล่าวข้างต้น อนุมัติให้เลื่อนการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2563 ของบริษัทฯ ออกไปก่อน โดยยกเลิกวันประชุม และระเบียบวาระการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นที่ได้กำหนดไว้เดิม ในวันจันทร์ที่ 27 เมษายน 2563
และให้ยกเลิกวันกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิเข้าร่วมประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2563 (วัน Record Date)ที่ได้กำหนดไว้เดิม ในวันศุกร์ที่ 27มีนาคม 2563 โดยคณะกรรมการบริษัทฯ มอบอำนาจให้ประธานคณะกรรมการบริษัท หรือบุคคลที่ได้รับมอบหมายจากประธานคณะกรรมการบริษัท เป็นผู้รับมอบอำนาจให้มีอำนาจในการกำหนดวัน และวาระการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2563 ตามความเหมาะสมกับสถานการณ์ดังกล่าวต่อไป พร้อมทั้งอนุมัติวันกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิเข้าร่วมประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2563 (วัน Record Date)ใหม่ เป็นวันอังคารที่ 21 เมษายน 2563 อนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล สำหรับผลการดำเนินงานประจำปี 2562 ให้แก่ผู้ถือหุ้นสามัญของบริษัทฯทั้งหมดจำนวน 8,314,955,764 หุ้น ในอัตราหุ้นละ 1.48 บาท (หนึ่งบาทสี่สิบแปดสตางค์) รวมเป็นเงินทั้งสิ้น12,306,134,530.72 บาท หรือคิดเป็นร้อยละ 79.96 ของกำไรสุทธิสำหรับปี 2562 และเมื่อรวมกับการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในปี 2562 เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2562 ในอัตรา 0.30 บาทต่อหุ้น รวมจ่ายเงินปันผลประจำปี 2562คิดเป็นอัตรา 1.78 บาทต่อหุ้น คิดเป็นการจ่ายเงินปันผลรวมร้อยละ 95.87 ของกำไรสุทธิสำหรับปี 2562 ของบริษัทฯ ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการจ่ายเงินปันผลของบริษัทฯ โดยกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผลระหว่างกาล (วัน Record Date) คงเดิม คือวันอังคารที่ 21 เมษายน 2563 และกำหนดวันจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในวันศุกร์ที่ 8 พฤษภาคม 2563 ทั้งนี้คณะกรรมการบริษัทได้พิจารณาการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลแทนการจ่ายเงินปันผลประจำปีแล้ว ดังนั้นในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2563 ของบริษัทฯ ที่จะจัดต่อไปในภายหน้า จะไม่เสนอจ่ายเงินปันผลประจำปี 2562 อีก…

หลังจากตลาดหุ้นเกาหลีใต้ หุ้นโซลปิดตัวลงบวกเป็นวันที่ 4 ได้รับความผิดหวังจากโควิด-19 ระบาดชะลอตัวลง

หลังจากตลาดหุ้นเกาหลีใต้

หลังจากตลาดหุ้นเกาหลีใต้ เนื่องจากการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 เริ่มชะลอตัวลงสกุลเงินวอลแข็งค่าเมื่อเที่ยบกับดอลลาร์สหรัฐ

หลังจากตลาดหุ้นเกาหลีใต้

ดัชนีคอมโพสิตตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปิดบวกเป็นวันที่ 4 ติดต่อกัน เนื่องจากนักลงทุนมีความเชื่อมั่นมากขึ้น หลังจากมีสัญญาณบ่งชี้ว่า การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เริ่มชะลอตัว ส่วนสกุลเงินวอนแข็งค่าเมื่อเทียบกับ

ดอลลาร์สหรัฐ ดัชนีคอมโพสิตตลาดหุ้นเกาหลีใต้ (KOSPI) เพิ่มขึ้น 31.72 จุด หรือ 1.77% ปิดที่ 1,823.60 จุด หุ้นซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ เพิ่มขึ้น 1.85% หุ้นเอสเค ไฮนิกซ์ เพิ่มขึ้น 3.25% และหุ้นฮุนได มอเตอร์ เพิ่มขึ้น 1.8%…