เปิด 3 รายชื้อหุ้น SET100 ภาวะเศรษฐกิจไทยในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมารับผลกระทบจากการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19

เปิด 3 รายชื้อหุ้น SET100

เปิด 3 รายชื้อหุ้น SET100 เพื่อมากระตุ้นเศรษฐกิจทุกภาคส่วน และคาดว่าเม็ดเงินภาครัฐจะช่วยหนุนให้การลงทุนในประเทศรวมทั้งตลาดหุ้นไทยฟื้นตัวได้อีกครั้ง

เปิด 3 รายชื้อหุ้น SET100

ภาวะเศรษฐกิจไทยในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมารับผลกระทบจากการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 และทำให้ธุรกิจในประเทศไทยชะลอตัวอย่างหนัก ทำให้ภาครัฐออกมาตรการเยียวยากระตุ้นเศรษฐกิจระยะที่1-2 และ 3 เพื่อมากระตุ้นเศรษฐกิจทุกภาคส่วน และคาดว่าเม็ดเงินภาครัฐจะช่วยหนุนให้การลงทุนในประเทศรวมทั้งตลาดหุ้นไทยฟื้นตัวได้อีกครั้ง

เนื่องจากในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงแรงอย่างมากโดยเห็นได้จากดัชนี SET ณ วันที่ 30 ธ.ค.62 อยู่ที่ระดับ 1579.84 จุด อ่อนตัวมาอยู่ที่ระดับ 1087.82 จุด ณ วันที่ 31 มี.ค.63 ลดลง 492.02 จุด หรือลดลง 45.22% เนื่องจากนักลงทุนเทขายหุ้นอย่างหนักและส่งผลให้ราคาหุ้นร่วงหนักและบางตัวลงแรงเกินพื้นฐานธุรกิจ อย่างไรก็ตามนักวิเคราะห์มีมุมมองต่อตลาดหุ้นไทยในระยะนี้ยังคงมีความผันผวนสูงจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ดังนั้น ความหวังหลักจึงอยู่ที่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ อีกทั้งในช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาได้เห็นเม็ดเงินลงทุนจากต่าง ชาติเริ่มมีกลับเข้ามาซื้อหุ้นไทยหลังจากที่ตั้งแต่ต้นปีมียอดขายสุทธิกว่า 121,000 ล้านบาท จึงมองเป็นสัญญาณบวก ซึ่งหากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 สามารถคลี่คลายลงได้ภายในไตรมาสที่ 2 คาดว่าอาจเห็นดัชนีมีโอกาสปรับตัวขึ้นไปแตะระดับ 1,350 จุดได้ภายในปีนี้ จากสภาพคล่องที่อยู่ในระดับสูงและการคาดหวังการฟื้นตัวของกำไรในปีหน้า โดยจากการสำรวจข้อมูลกลุ่ม SET100 ในช่วง 3 เดือนพบว่ามีหุ้น 3 รายที่ปรับตัวแข็งแกร่งและบวกสวนภาวะตลาดในภาวะโควิด-19 ระบาดหนักได้อย่างสดใสนั้นก็คือ STA,TU และ TQM ดังตาราประกอบโดยบริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) หรือ STA ราคาหุ้นในช่วง 3 เดือนปรับตัวขึ้น 10% จากยืนที่ระดับ 10 บาท ณ วันที่ 30 ธ.ค.62 บวกไป 1.00 บาท มาอยู่ที่ระดับ 11.00 บาท ณ วันที่ 31 ม.ค.63 เนื่องจากธุรกิจถุงมือยางได้รับประโยชน์จากสถานการณ์โควิด-19 ระบาดและเป็นบวกต่อผลการดำเนินงานปี 2563 บล.โนมูระ พัฒนสิน ระบุในบทวิเคราะห์ แนะนำ “ซื้อ” หุ้น STA ทั้งนี้จากข่าวใน Bloomberg ว่า ธุรกิจถุงมือยางโลกกำลังขาดสต๊อกเพราะมาเลเซียประกาศ LOCK DOWN เป็นเวลาเกือบ 1 เดือน (18 มี.ค. – 14 เม.ย.) ทำให้โรงงานถุงมือในมาเลเซียขาดคนงานและมีอัตราการใช้กำลังผลิตได้เพียง 50% ตอนนี้คำสั่งซื้อต้องรอคิวการส่งมอบนานถึง 4 เดือน ดังนั้นจึงคาดว่าโรงงานถุงมือยางในไทยจะได้รับประโยชน์ เพราะไทยเป็นผู้ผลิตใหญ่อันดับสองรองจากมาเลเซีย และไทยมีจุดเด่นคือแหล่งวัตถุดิบน้ำยางข้นเป็นของตนเอง ส่วนคู่แข่งอีกรายคือจีนคงต้องเร่งผลิตเพื่อใช้เองมากกว่า สำหรับ STA มีบริษัทย่อยคือ STGT มีส่วนแบ่งตลาดถุงมือยางโลก 7% และยังมีแผนเพิ่มกำลังการผลิตต่อเนื่องใน 5 ปีข้างหน้ารวม 83% จึงคาดว่า STGT จะมีทั้งปริมาณขายเพิ่ม และโอกาสในการปรับราคาขาย ทำให้มาร์จิ้นและกำไรเติบโต

You may also like...

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *