ศรีสุวรรณ แถลงที่รัฐสภาว่าจะเปิดพื้นที่หน้าที่ทำการพรรคพลังประชารัฐ ถนนรัชดาภิเษก เพื่อจำหน่ายไข่ไก่สด

ศรีสุวรรณ

ศรีสุวรรณ เป็นการเพิ่มความเสี่ยงในการแพร่กระจายของเชื้อโควิด-19 แม้จะมีมาตรการป้องกันแต่ก็เป็นการขัดต่อข้อกำหนด

ศรีสุวรรณ

เนื่องจากอาจจะทำให้ประชาชนแห่แหนกันไปซื้อไข่เป็นจำนวนมากซึ่งเป็นการเพิ่มความเสี่ยงในการแพร่กระจายของเชื้อโควิด-19 แม้จะมีมาตรการป้องกันแต่ก็เป็นการขัดต่อข้อกำหนด 16 ข้อของนายกรัฐมนตรีที่สั่งห้ามการชุมนุม

ห้ามการเดินทางข้ามเขต ห้ามกักตุนสินค้า ฯลฯ
อีกทั้งพรรคพลังประชารัฐ มิได้จัดตั้งขึ้นมาเพื่อวัตถุประสงค์ในเชิงพาณิชย์ ไม่มีใบอนุญาตให้จำหน่ายสินค้าและบริการได้ซึ่งหากจะอ้างว่าเป็นการหารายได้เข้าพรรคตาม ม.62 แห่ง พรป.พรรคการเมือง 2560 ก็มิอาจอ้างได้เพราะมิได้ขออนุญาตจาก กกต.เสียก่อน รวมทั้งการนำไข่ออกมาจำหน่ายเกินกว่าราคาควบคุมที่ 2.80 บ. เป็นการทำให้กลไกการตลาดของไข่เปลี่ยนแปลงไปจากการควบคุมของคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการอาจส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศเสียหาย และก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน
อันเป็นการกระทำต้องห้ามตาม ม.44 และ ม.45 แห่ง พรป.พรรคการเมือง 2560 ซึ่งผู้ฝ่าฝืนอาจมีความผิดตาม ม.114 และ ม.115 ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 แสนบาทหรือทั้งจําทั้งปรับดังนั้น พรรคพลังประชารัฐจึงไม่มีหน้าที่จะนำไข่จากนครสวรรค์เดินทางมาตั้งโต๊ะจำหน่ายให้ประชาชนทำลายกลไกการตลาด ณ ด้านหน้าที่ทำการพรรคได้ หากฝ่าฝืนหรือต้องการทดสอบความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมายเพราะถือว่าเป็นพรรคของรัฐบาล สมาคมฯก็จะขอพิสูจน์อำนาจของนายกรัฐมนตรีว่าจะเอื้อประโยชน์ให้กับพวกพ้องหรือพรรคการเมืองฝั่งตนหรือไม่ และในวันจันทร์ที่ 30 มี.ค.63 ไปเจอกันที่ กกต. ได้เลย นายศรีสุวรรณ กล่าวในที่สุด…

หลักทรัพย์ การตลาดการซื้อขายหุ้น ดัชนีหุ้นไทยเคลื่อนไหวในแดนลบตลาดช่าวงเช้า

หลักทรัพย์ การตลาดการซื้อขายหุ้น

หลักทรัพย์ การตลาดการซื้อขายหุ้น ตลาดหุ้นไทยช่วงเช้าที่ผ่านมาดัชนีปรับตัวลงแรงมากกว่าตลาดหุ้นในภูมิภาค

หลักทรัพย์ การตลาดการซื้อขายหุ้น

การซื้อขายหุ้นวันนี้ ดัชนีหุ้นไทยเคลื่อนไหวในแดนลบตลอดช่วงเช้า โดยดัชนีทำระดับสูงสุดที่ 1,065.67 จุด และทำระดับต่ำสุดที่ 1,042.79 จุด

นายณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ทรีนีตี้ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยช่วงเช้าที่ผ่านมาดัชนีปรับตัวลงแรงมากกว่าตลาดหุ้นในภูมิภาค มองว่ามาจากการประกาศสั่งปิดห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้า เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งส่งผลกระทบในวงกว้างต่อบริษัทจดทะเบียนที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวข้อง และส่งผลทำให้พนักงานและลูกจ้างมีการหยุดงาน กระทบกำลังซื้อที่ลดลง ทำให้รายได้ของบริษัทลดลงไป

ขณะเดียวกันยังมีปัจจัยกดดันมาจากราคาน้ำมันที่มีทิศทางลดลง หลังจากที่กระทรวงพลังงานสหรัฐฯเข้าซื้อน้ำมันไปเมื่อสัปดาห์ก่อน และกลุ่มประเทศผู้ส่งออกจากน้ำมัน (โอเปก) ยังไม่มีท่าทีในการที่จะกลับมาเจรจาเรื่องการปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันที่ชัดเจนอีกครั้ง ทำให้ไม่มีปัจจัยบวกต่อราคาน้ำมัน และ sentiment ของตลาดหุ้นต่างประเทศยังไม่ค่อยดี โดยเฉพาะดาวโจนส์ฟิวเจอร์สที่ปรับตัวลดลงมากในช่วงเช้านี้ จากความกังวลมาตรการเยียวยาผลกระทบโควิด-19 ของสหรัฐฯที่อาจจะออกมาล่าช้า

แนวโน้มการลงทุนในช่วงบ่ายนี้ นายณัฐชาต คาดว่า ตลาดฯจะยังได้รับแรงกดดันจากผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทย ที่ยังส่งผลกระทบต่อภาพรวมของเศรษฐกิจ และทิศทางของราคาน้ำมันที่ยังคงได้รับแรงกดดัน ส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยดู underperform มากกว่าตลาดภูมิภาค…

GULFได้มอบเงิน 20 ลบ.เพื่อสนันสนุน รพ.รามา ซื้อเครื่องมือช่วยเหลือ ผู้ป่วยโควิด-19

GULFได้มอบเงิน 20 ลบ.เพื่อสนันสนุน

GULFได้มอบเงิน 20 ลบ.เพื่อสนันสนุน การช่วยเหลือผู้ป่วย โควิด-19 รองรับผู้ป่วย

GULFได้มอบเงิน 20 ลบ.เพื่อสนันสนุน

นายสารัชถ์ รัตนาวะดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี

ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF เปิดเผยว่า ที่ผ่านมากัลฟ์ได้มุ่งดำเนินโครงการด้านสาธารณสุขอย่างต่อเนื่อง สำหรับในโอกาสนี้บริษัทฯ ตระหนักถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ที่มีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเยอะ จึงขอมอบเงินสนับสนุนจำนวน 20 ล้านเพื่อให้ทางคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี จัดซื้ออุปกรณ์การแพทย์ เพื่อรองรับและเพิ่มอัตราการรอดชีวิตผู้ป่วย COVID-19 รวมถึงยังสามารถช่วยเหลือผู้ป่วยโรคปอดและหัวใจต่อไปได้อีกด้วย ด้าน ศ.นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา คณบดีคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ซึ่งมีความรุนแรงมากยิ่ด้าน ศ.นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา คณบดีคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ซึ่งมีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นในขณะนี้ ก็ทำให้คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ต้องเร่งเตรียมการในการรักษาผู้ป่วยขั้นรุนแรง ซึ่งอาจจะมีจำนวนมากขึ้นในอนาคต ซึ่งเครื่อง ECMO และเครื่องช่วยหายใจ เป็นอุปกรณ์สำคัญที่ต้องใช้ในสถานการณ์เช่นนี้ “ผู้ป่วยร้อยละ 85 มีอาการน้อย ไม่มีภาวะแทรกซ้อน แต่เรากังวลกลุ่มร้อยละ 15 ที่มีภาวะแทรกซ้อน ซึ่งมีอาการรุนแรง ลุกลามอย่างรวดเร็ว ปอดอักเสบ ต้องช่วยการหายใจด้วยอุปกรณ์พิเศษอย่างเครื่อง ECMO ที่ทำหน้าที่เหมือนปอดและหัวใจเทียม สำหรับสถานการณ์การติดเชื้อในประเทศไทยยังเป็น Golden Period ที่ผู้ติดเชื้อยังไม่มาก แต่เริ่มเพิ่มขึ้น สถานการณ์ยังเป็นไปได้สองทางคือ ค่อยๆ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องแบบในสิงคโปร์ หรือเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วแบบ อิตาลี อิหร่าน ซึ่งบุคลากรทางการแพทย์หวังว่าจะเป็นแบบที่ 2 เพื่อที่บุคลากรทางการแพทย์และอุปกรณ์ทางการแพทย์จะยังมีเพียงพอสำหรับการรักษาผู้ป่วย ซึ่งการป้องกันนั้นย่อมสำคัญกว่าการรักษา ยิ่งยังไม่มีวัคซีน เราจึงขอให้ทุกคนร่วมกันดูแลตัวเอง เพื่อที่จะได้ผ่านพ้นสถานการณ์นี้ไปด้วยกัน” รศ. ดร. พญ.ภัทรวัณย์ วรธนารัตน์ หัวหน้าภาควิชาออร์โธปิดิกส์ อนึ่ง เครื่องช่วยพยุงการทำงานของปอดและหัวใจ (เครื่อง ECMO) ใช้เพื่อประคับประคองเพื่อรอให้อวัยวะกลับมาทำงานเป็นปกติ เช่น ภาวะการหายใจล้มเหลวจากการติดเชื้ออย่างรุนแรงที่ปอด รวมถึงประคับประคองระหว่างรอการปลูกถ่ายหัวใจหรือปอด นับเป็นอีกนวัตกรรมทางแพทย์ที่ลดอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยในโรงพยาบาล

บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ IRPC ได้ผลบวดราคาน้ำมันดิบลงแรงซื้อเก็งกำไรเป้า 2.5 บ.

บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ IRPC

บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ IRPC ราคาต่ำเกินพื้นเกินพื้นฐานสะท้อนผลประกอบการที่จะมีผลการดำเนินงานขาดทุน

บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ IRPC

บล.เคทีบี (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์วันนี้(10มี.ค.63) ว่า บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ IRPC แม้การปรับลงครั้งนี้สะท้อนผลประกอบการที่จะมีผลการดำเนินงานขาดทุนในไตรมาส1/63 และยังมีแนวโน้มอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและโรงกลั่นยังไม่สดใสก็ตาม แต่เราเชื่อว่าราคาหุ้นปรับลงมาลึกเกินพื้นฐานมากเกินไป
การปรับลดราคาขายน้ำมันดิบของซาอุฯ จะส่งผลดีต่อ IRPC โดยตรงเพราะ IRPC ใช้น้ำมันดิบ Arab light ในการผลิตน้ำมันสำเร็จรูปและปิโตรเคมี ซึ่งจะทำให้ค่าการกลั่นและ Margin ของปิโตรเคมีอีกขึ้นราว 6 ดอลลาร์/บาร์เรล แต่อย่างไรก็ตามบริษัทจะได้มีผลขาดทุนจากสต๊อกน้ำมันเหมือนโรงกลั่นทุกโรงและจะเกิดขึ้นเพียงไตรมาสนี้ไตรมาสเดียวปัจจุบันเทรด P/BV ปีนี้ที่ระดับ -4SD หรือต่ำกว่ามูลค่าตามบัญชีปัจจุบันที่ประมาณ 3.5 บาท/หุ้น ราคาถูก หากเทียบกับราคาของต้นทุนการถือครองของผู้ถือหุ้นใหหญ่(ปตท.) ที่ประมาณ 4.12 บาท/หุ้น

 …

บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) รูด 13% หลังครบ สั่งปิดโรงหนัง 14วัน สกัดโควิด-19 ระบาดหนัก!!!

บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์

บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ สั่งปิดหลังโควิด-19ระบาดหนัก!!

บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์

โดยวันนี้(17มี.ค.63) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า รัฐบาลจะไม่มีการปิดเมือง

ปิดประเทศ หรือห้ามการเข้า-ออกโดยสมบูรณ์ แต่จะใช้มาตรการที่เข้มข้นขึ้นเพื่อสกัดกั้นการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 แม้ว่าปัจจุบันประเทศไทยจะยังไม่เข้าสู่การระบาดในระยะที่ 3 แต่ว่ามีแนวโน้มการแพร่กระจายที่เพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้ ที่ประชุม ครม.วันนี้เห็นชอบมาตรการ 6 ด้านเพื่อลดการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ได้แก่ มาตรการด้านสาธารณสุข ,มาตรการด้านเวชภัณฑ์ป้องกัน ,มาตรการด้านเวชภัณฑ์ป้องกัน ,มาตรการด้านข้อมูล การสื่อสารข้อมูลค่าง ๆ ของรัฐบาล , มาตรการด้านต่างประเทศมาตรการช่วยเหลือเยียวยา และมาตรการด้านมาตรการป้องกัน ลดโอกาสการแพร่ระบาดของโรคในสถานที่ต่างๆ ที่มีความเสี่ยงสูงซึ่งรวมถึงโรงภาพยนตร์ โดยให้ปิดชั่วคราวเป็นเวลา 14 วัน โดยให้ปิดชั่วคราวตั้งแต่วันพรุ่งนี้ (18 มี.ค.) ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลด้านบล.ทรีนีตี้ ระบุในบทวิเคราะห์ฯว่า กรณีดังกล่าวส่งผลกระทบโดยตรงต่อบมจ.เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป (MAJOR) เนื่องจากรายได้ราว 70% มาจากธุรกิจโรงภาพยนตร์ (ซึ่งรวมไปถึงโฆษณาในโรงภาพยนตร์ด้วย) ในภาพระยะสั้น MAJOR จะได้รับผลกระทบจากเชื้อโควิด-19 แต่ยังเชื่อว่าปัจจัยลบดังกล่าวจะส่งผลต่อบริษัทในระยะใดระยะสั้น MAJOR จะได้รับผลกระทบจากเชื้อโควิด-19 แต่ยังเชื่อว่าปัจจัยลบดังกล่าวจะส่งผลต่อบริษัทในระยะใดระยะหนึ่งเพียงเท่านั้น หากประเด็นโควิด-19 ผ่านพ้นไป บริษัทจะฟื้นตัวกลับมาสู่สภาวะปกติได้

บริษัท PTTGC หลังบริษัทประกาศจ่ายปันผลจากกำไรสะสม เป็นอัตราเงินสด 1 บาท โดยกำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD

บริษัท PTTGC

บริษัท PTTGC จากการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตคาดว่าค่าการกลั่นของโรงกลั่นจะปรับตัวดีขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปีนี้

บริษัท PTTGC

โดยนักวิเคราะห์ บล.ยูโอบี เคย์เฮียน ระบุในบทวิเคราะห์ แนะนำ “ซื้อ” หุ้น PTTGC ให้ราคาเป้าหมาย 75 บาท คาดว่าผลประกอบการของ PTTGC จะออกจากจุดต่ำสุดในไตร 2/62

โดยได้รับแรงหนุนจากธุรกิจโรงกลั่นที่แข็งแกร่งและการมีส่วนร่วมมากขึ้น จากการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต PTTGC คาดว่าค่าการกลั่นของโรงกลั่นจะปรับตัวดีขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ จากการควบคุม IMO เพื่อผลักดัน demand ของเชื้อเพลิงดีเซลในขณะที่ธุรกิจ PE และธุรกิจอะโรเมติกส์คาดว่าจะชะลอตัวลงเล็กน้อย ส่วนนักวิเคราะห์ บล. คทีซีมิโก้ ระบุในบทวิเคราะห์ แนะนำ “Outperform” PTTGC ราคาเป้าหมาย 67 บาท/หุ้น คาดปี 2562 เป็นปีที่ยากลำบากของ PTTGC โดยผลการดำเนินงานอ่อนแอในครึ่งแรกปี 2562 และคาดแนวโน้มดังกล่าวจะดำเนินต่อเนื่องไปในครึ่งหลังปี 2562 จากความอ่อนแอของสเปรดผลิตภัณฑ์จากปัจจัยสงครามการค้าที่ยังยืดเเยื้อ และความเป็นไปได้ในการสูญเสียประโยชน์จากมาตรการ IMO จากการปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่นของบริษัทในช่วงไตรมาส 4/62 อย่างไรก็ตาม ปัจจัยลบต่าง ๆ ได้สะท้อนเข้าไปในราคาหุ้นพอสมควรแล้ว ซึ่งคาดความเสี่ยงขาลงของราคาหุ้นเริ่มจำกัด และโครงการซื้อหุ้นคืนของบริษัท ที่คาดจะเป็นกันชนหลักให้กับราคาหุ้น อีกทั้งหากมองไปในปี 2563 ที่คาดโมเมนตัมเชิงบวกของกำไรจะกลับมาในปีดังกล่าว หนุนจากปริมาณการขายที่สูงขึ้นเป็นหลัก และคาดการณ์อัตราเงินปันผลตอบแทนสม่ำเสมอในอัตราเฉลี่ย 4-5% ต่อปี

สุวรรณภูมิ ร้างทั้งขาเข้าและขาออก ไม่เคยนึกว่าจะเห็นภาพแบบนี้ เวิ้งว้าง!!!

สุวรรณภูมิ ร้างทั้งขาเข้าและขาออก

สุวรรณภูมิ ร้างทั้งขาเข้าและขาออก ได้ปิดลงชั่วคราวเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อระบาดของ ไวรัสโควิด-19

สุวรรณภูมิ ร้างทั้งขาเข้าและขาออก

สืบเนื่องจากกรณีที่มีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ทวีความรุนแรงในหลายประเทศ โดยภาครัฐบาล

และกระทรวงสาธารณสุขได้หารือด่วนมาตรการรับมือการแพร่ระบาดขอของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ โดยเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2563 ได้มีการประกาศยกเลิก Visa on Arrival (VoA) 18 ประเทศ รวมถึงยกเลิก Free Visa ชั่วคราวกับกับนักท่องเที่ยว 3 ประเทศ คือ อิตาลี เกาหลีใต้ ฮ่องกง ที่มีสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 รุนแรง จนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ปกติ ส่งผลให้มีผู้ใช้บริการสนามบินสุวรรณภูมิน้อยลงไปอย่างเห็นได้ชัด อนึ่งเมื่อวันที่ 11 มีนาคม ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม พร้อมด้วย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รมว.สาธารณสุข และ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ร่วมแถลงภายหลังหารือด่วนมาตรการรับมือการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 (โควิด-19 ที่ทวีความรุนแรงในหลายประเทศ

มีเฮ BJCHI คว้างานใหม่มูลค่า เกือบพันล้าน!!!

มีเฮ BJCHI คว้างานใหม่มูลค่า

มีเฮ BJCHI คว้างานใหม่มูลค่า พร้อมปันผลแจ่ม เดินเครื่องเต็มกำลัง มั่นใจในปีนี้ของธุระกิจ

มีเฮ BJCHI คว้างานใหม่มูลค่า

นายหยัง เจิน ลี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บีเจซี เฮฟวี่ อินดัสทรี จำกัด (มหาชน) หรือ BJCHI เปิดเผยว่า บริษัทฯชนะการประมูลงานในโครงการ Koodaideri ซึ่งเป็นงานประกอบ

และแปรรูปกลุ่มชิ้นงานขนาดใหญ่ในอุตสาหกรรมเหมืองแร่และงานเพิ่มในอุตสาหกรรมก๊าซในโครงการ Santos ซึ่งเป็นงานเกี่ยวกับการจัดหาและการแปรรูปโลหะเพื่อก่อสร้างชุดขุดเจาะแก๊ส มูลค่ารวมกันกว่า 880 ล้านบาท โดยงานดังกล่าวจะทยอยรับรู้ต่อเนื่อง และช่วยสนับสนุนให้งานในมือรอรับรู้รายได้เพิ่มขึ้นงานขนาดใหญ่ในอุตสาหกรรมเหมืองแร่และงานเพิ่มในอุตสาหกรรมก๊าซในโครงการ Santos ซึ่งเป็นงานเกี่ยวกับการจัดหาและการแปรรูปโลหะเพื่อก่อสร้างชุดขุดเจาะแก๊ส มูลค่ารวมกันกว่า 880 ล้านบาท โดยงานดังกล่าวจะทยอยรับรู้ต่อเนื่อง และช่วยสนับสนุนให้งานในมือรอรับรู้รายได้เพิ่มขึ้นแตะ 3,900 ล้านบาท อย่างไรก็ตามท่ามกลางเศรษฐกิจไทยที่ยังชะลอตัว แต่บริษัทฯ คาดว่าผลประกอบการในปี 2563 จะพื้นตัวอย่างต่อเนื่องจากปีที่แล้ว เนื่องจากมีปริมาณงานที่รอรับรู้รายได้ในระดับสูงสุดในรอบ 4 ปี นอกจากนี้ บริษัทฯ อยู่ระหว่างการเข้าประมูลงานใหม่ มูลค่า 17,000 ล้านบาท โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปผลการประมูลงานใหม่เพิ่มเติมในโครงการในอุตสาหกรรมน้ำมันและปิโตรเคมี ในอนาคตอันใกล้นี้ อนึ่ง ภาพรวมผลการดำเนินงานปี 62 บริษัทมีกำไรสุทธิ 47.2 ล้านบาท จากงวดเดียวกันปีก่อนที่มีผลขาดทุน 231.2 ล้านบาท ขณะที่มีรายได้รวมเท่ากับ 2,073.2 ล้านบา จากงวดเดียวกันของปีก่อนมีรายได้รวมอยู่ที่ 943.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 120% ปัจจัยที่ทำให้มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น เนื่องจากได้รับปัจจัยหนุนจากอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ก๊าซ และ เหมืองแร่ที่ฟื้นตัว ทั้งในประเทศ และ ต่างประเทศ ส่งผลให้มีงานใหม่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง

ขาดทุนหนัก  บริษัทยักษ์ใหญ บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ผลกระทบจากโควิด-19

ขาดทุนหนัก  บริษัทยักษ์ใหญ

ขาดทุนหนัก  บริษัทยักษ์ใหญ ผลกระทบจากโควิด-19

ขาดทุนหนัก บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) นายประกอบเกียรติ นินนาท กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BAFS เปิดเผยว่า บริษัทรับรายได้ปีนี้จะลดลง 12%จากปีก่อนที่บริษัทมีรายได้ 3,956.17 ล้านบาท

หลังคาดการณ์ปริมาณการเติมน้ำมันอากาศยานปีนี้จะลดลงราว 15% มาที่ 5,200 ล้านลิตร จากเดิมที่คาดว่าจะเติบโต 1-2% โดยปีก่อนที่มีปริมาณการเติมน้ำมันที่ 6,139 ล้านลิตร เนื่องจากต้นปีนี้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่กระทบถึงจำนวนเที่ยวบินให้ลดลง 40% และจำนวนผู้โดยสารลดลง 60% “คาดการณ์ที่เราให้ไว้นี้เป็นมุมมองที่ดูภาพรวมทั้งปีแล้ว แต่อย่างไรก็ตามหากสถานการณ์ต่างๆสามารถจบได้

รวดเร็วกว่าที่คาดผลประกอบการก็จะดีกว่าที่คาดไว้ โดย โดยเบื้องต้นคาดว่าจะจบลงในช่วงเดือน มิ.ย. ซึ่งในปีนี้นอกจากการขยายการลงทุนใหม่ๆแล้ว เราก็ยังเน้นการบริหารจัดการต้นทุนที่ดียิ่งขึ้น และตัดค่าใช้จ่ายที่ที่ไม่จำเป็นออก”นายประกอบเกียรติ กล่าว ขณะที่ล่าสุดบริษัทได้ตั้ง บริษัท บาฟส์ คลีน เอนเนอร์ยี่ คอร์เปอเรชั่น จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ถือหุ้น 100% เพื่อเข้าลงทุนในธุรกิจพลังงานทดแทนเป็นหลัก ซึ่งปัจจุบันได้มีการเจรจาเข้าซื้อกิจการโรงไฟฟ้าทั้งในและต่างประเทศ คาดว่าจะเห็นความชัดเจนในปีนี้บ้าง หากผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 ไม่กระทบการเดินทบการเดินทางเพื่อตรวจสอบโครงการ ในส่วนของ บริษัท บาฟส์ อินเทค จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยถือหุ้นในสัดส่วน 90% ปัจจุบันอยู่ระหว่างการเจรจาพันธมิตรที่มีนวัตกรรมในการพัฒนาและออกแบบรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งจะเข้ามาช่วยพัฒนาระเติมน้ำมันอากาศยานให้กับบริษัท รวมทั้งเพื่อจะประกอบและจำหน่ายในประเทศและต่างประเทศทั่วภูมิภาค คาดว่าจะเห็นความชัดเจนในปีนี้เช่นกัน สำหรับโครงการวางระบบบริการเติมน้ำมันอากาศยานสนามบินอู่ตะเภา ปัจจุบันอยู่ระหว่างรอผลการประมูล ซึ่งบริษัทได้เตรียมงบลงทุนไว้ราว 1,000 ล้านบาทรองรับการก่อสร้าง ซึ่งแหล่งเงินทุนมาจากการออกหุ้นกู้มูลค่าราว 1,000 ล้านบาท และบางส่วนมาจากเงินสดที่มีในบริษัท นอกจากนี้ บริษัท ขนส่งน้ำมันทางท่อ จำกัด ที่บริษัทถือหุ้นในสัดส่วน 75% คาดว่าจะการก่อสร้างท่อส่งน้ำมัน เฟส 2 จังหวัดพิจิตร-จังหวัดลำปาง จะแล้วเสร็จในช่วงกลางปี 63 ก่อนที่จะเปิดให้บริการในปี 64 และคาดว่าจะสามารถรับรู้รายได้เต็มปีในปี 65 ซึ่งจะส่งผลให้มีสัดส่วนรายได้จากการขนส่งน้ำมันทางท่อเป็น 30% จากปีนี้ 20% นาปยระกอบเกียรติ กล่าวอีกว่า บริษัทได้วางแผนยุทธศาสตร์การเติบโตในช่วงระยะเวลา 5 ปี (64-68) ข้างหน้า บริษัทจะมีสัดส่วนรายได้จากธุรกิจอื่นๆ 50% และมีรายได้จากธุรกิจให้บริการเติมน้ำมันอากาศยาน 50% เพื่อที่จะเป็นการกระจายความเสี่ยงจากการรับรู้รายได้จากธุรกิจเพียงธุรกิจเดียว