CHEWA ได้เข้ามอบ “Face Shield” จำนวน 500ชิ้น ให้กับทีมแพทย์และพยาบาล โรงพยาบาลสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร

CHEWA ได้เข้ามอบ “Face Shield”

CHEWA ได้เข้ามอบ “Face Shield” ให้กับบุคลากรทางการแพทย์ที่ได้มีความเสียสละทุ่มเททั้งแรงกาย แรงใจ เพื่อในการควบคุมและป้องกัน

CHEWA ได้เข้ามอบ “Face Shield”

นายเจิดพงศ์ มีผดุง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายบริการหลังการขาย บริษัท ชีวาทัย จำกัด (มหาชน) หรือ CHEWA ร่วมกับ นายภูเบศร์ สำราญเริงจิต รองผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า จึงได้เป็นตัวแทนมอบหน้ากากป้องกันเชื้อ (Face Shield) จำนวน 500 ชิ้น ให้แก่ทีมแพทย์และพยาบาล โรงพยาบาลสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร

โดยมีนางสาวนภาพร ธาตุประเสริฐ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ เป็นตัวแทนเข้าผู้รับมอบ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนของการต่อสู้กับโรคโควิด-19 ให้กับบุคลากรทางการแพทย์ที่ได้มีความเสียสละทุ่มเททั้งแรงกาย แรงใจ เพื่อในการควบคุมและป้องกัน พร้อมทั้งดูแลรักษาผู้ป่วยที่ติดเชื้อโควิด-19 ณ โรงพยาบาลสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร…

ไทยได้มีการติดเชื้อไวรัสเพิ่มขึ้น 4ราย จึงทำให้มีผู้ป่วยสะสมรวมทั้งสิ้น 3,004 ราย ในขณะที่มีผู้ที่หายป่วยเพิ่มขึ้นอีก 3 ราย

ไทยได้มีการติดเชื้อไวรัสเพิ่มขึ้น 4ราย

ไทยได้มีการติดเชื้อไวรัสเพิ่มขึ้น 4ราย   ดันยอดป่วยสะสมทะลุ 3 พัน-ดับเพิ่ม 1 ราย

ไทยได้มีการติดเชื้อไวรัสเพิ่มขึ้น 4ราย

นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ได้มีการเปิดเผยกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศวันนี้ว่า ได้มีการพบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อเพิ่มรายใหม่ 4 ราย

จึงทำให้มีผู้ป่วยสะสมรวมทั้งสิ้น 3,004 ราย ในขณะที่มีผู้ที่หายป่วยเพิ่มขึ้นอีก 3 ราย จึงทำให้มีจำนวนผู้ที่หายป่วยแล้วรวมทั้งสิ้น 2,787 ราย โดยวันนี้มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตสะสม 56 ราย…

JAS รายได้ไตรมาส 1 โต! จัดงบฯ 415 ลบ.แจกปันผลรอบใหม่

JAS รายได้ไตรมาส

JAS รายได้ไตรมาส ได้มีการประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 1/63 มีผลการดำเนินงาน

JAS รายได้ไตรมาส

บริษัทจัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS ได้มีการประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 1/63 มีผลการดำเนินงานดังนี้

โดยในไตรมาส 1/63 ที่บริษัทมีรายได้รวมบริษัทฯ และบริษัทย่อยมีรายได้รวมจากการดำเนินงานในไตรมาส 1 ปี 2563 เป็นจำนวน 4,766 ล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2562 ซึ่งมีรายได้รวมจากการดำเนินงานอยู่ที่ 4,588 ล้านบาท ที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 4 โดยมีรายได้ส่วนใหญ่มาจากบริษัท ทริปเปิลที บรอดแบนด์ จำกัด (มหาชน) (TTTBB)

ทั้งนี้ในไตรมาส 1 ปี 2563 ลูกค้าที่ใช้บริการของทางบริษัท ทริปเปิลที บรอดแบนด์ จำกัด (มหาชน) (3BB) เพิ่มขึ้นสุทธิ(Net Additional Subscriber) จำนวน 61,597 ราย ทำให้ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2563 จำนวนลูกค้าที่ใช้บริการ 3BB อยู่ที่ 3.24 ล้านราย

นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการทางบริษัท ครั้งที่ 8/2563 ของฯ ในวันที่ 8 พฤษภาคม 2563 ได้มีมติอนุมัติให้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลของทางบริษัทฯ จากกำไรสะสมยังไม่จัดสรร ณ 31 มีนาคม 2563 ให้แก่ผู้ถือหุ้นสามัญทั้งหมดจำนวน 8,314,955,764 หุ้น ในอัตราหุ้นละ 0.05 บาท รวม จ่ายเงินปันผลทั้งสิ้นเป็นจำนวน 415,747,788.20 บาท

ทั้งนี้ บริษัทฯ จะมีการกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิได้รับเงินปันผลระหว่างกาลดังกล่าว (วัน Record Date)ในวันที่ 22 พฤษภาคม 2563 และมีกำหนดจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในวันที่ 5 มิถุนายน 2563…

กฟน กฟภ ปฏิบัติตามมาตรการช่วยเหลือค่าไฟฟ้า สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยที่ได้มีรับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส

กฟน.-กฟภ.ปฏิบัติตามมาตรการช่วยเหลือค่าไฟฟ้า

กฟน กฟภ ปฏิบัติตามมาตรการช่วยเหลือค่าไฟฟ้า    มีการรับประโยชน์จากการช่วยเหลือตามมาตรการดังกล่าวทั่วประเทศกว่า 22 ล้านราย ในพื้นที่ 77 จังหวัด

กฟน กฟภ ปฏิบัติตามมาตรการช่วยเหลือค่าไฟฟ้า

นายจาตุรงค์ สุริยาศศิน ผู้ช่วยผู้ว่าการ การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ในฐานะโฆษก กฟน. และนายวิโรจน์ บัวคลี่ ผู้ช่วยผู้ ได้มีการร่วมแถลงแนวทางปฏิบัติตามมาตรการช่วยเหลือค่าไฟฟ้าสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยที่ได้มีรับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 21 เม.ย.63

โดยที่มีจำนวนผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยที่ได้มีการรับประโยชน์จากการช่วยเหลือตามมาตรการดังกล่าวทั่วประเทศกว่า 22 ล้านราย ในพื้นที่ 77 จังหวัด ประกอบด้วย บ้านอยู่อาศัยภายในพื้นที่ความรับผิดชอบของ กฟภ. 74 จังหวัด และกฟน. 3 จังหวัด (กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ) มาตรการช่วยเหลือค่าไฟฟ้าตั้งแต่เดือน มี.ค.-พ.ค.63 ทั้ง กฟภ.และ กฟน.

จะใช้หน่วยการไฟฟ้าตามที่ใบแจ้งค่าไฟฟ้าของเดือนก.พ.63 เป็นหน่วยเดือนฐานในการเปรียบเทียบการคำนวณค่าไฟฟ้าตามมาตรการที่ได้มีการกำหนด ซึ่งหากผู้ใช้ไฟฟ้าชำระค่าไฟฟ้าไปแล้ว การไฟฟ้าจะดำเนินการคืนค่าไฟฟ้าเป็นส่วนลดค่าไฟฟ้าในของเดือน มิ.ย.63 เป็นต้นไป โดยตั้งแต่วันที่ 12 พ.ค.63 สามารถนำใบแจ้งค่าไฟฟ้าเดิมที่ยังไม่ได้ระบุส่วนลดการใช้ไฟฟ้า ไปชำระค่าไฟฟ้า ซึ่งจะได้รับสิทธิส่วนลดโดยอัตโนมัติ…

ดาวโจนส์ฟิวเจอร์ดีดตัวสูงขึ้น ราคาน้ำมันได้มีการเพิ่มสูงขึ้น 15 % หลังได้มีราคาดีดตัวสูงขึ้นกว่า 200 จุดเช้านี้

ดาวโจนส์ฟิวเจอร์ดีดตัวสูงขึ้น

ดาวโจนส์ฟิวเจอร์ดีดตัวสูงขึ้น รายงานสต็อกน้ำมันดิบที่เพิ่มขึ้นน้อยกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์

ดาวโจนส์ฟิวเจอร์ดีดตัวสูงขึ้น

ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ได้มีการดีดตัวขึ้นอย่างมาก 200 จุดในช่วงเช้านี้ โดยได้มีแรงหนุนจากราคาน้ำมันดิบ WTI ที่พุ่งขึ้นมากกว่า 15% หลังจากที่สถาบันปิโตรเลียมอเมริกา (API)

รายงานว่าสต็อกน้ำมันดิบที่เพิ่มขึ้นน้อยกว่าตัวเลขของที่คาดการณ์ของนักวิเคราะห์เอาไว้ ณ เวลา 09.42 น.ตามเวลาไทย ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ได้ปรับตัวสูงขึ้น 210 จุด หรือ 0.87% แตะระดับ 24,255 จุด

ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์มีการดีดตัวขึ้นมาตามทิศทางราคาน้ำมันดิบ โดย ณ เวลา 09.36 น.ตามเวลาไทย สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ส่งมอบเดือนมิ.ย. ซึ่งได้มีการซื้อขายที่ตลาด NYMEX พุ่งขึ้น 1.87 ดอลลาร์ หรือ 15.15% แตะที่ระดับ 14.21 ดอลลาร์/บาร์เรล ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบ WTI พุ่งขึ้น หลังจาก API ซึ่งเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมน้ำมันของสหรัฐระบุว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐเพิ่มขึ้น 10 ล้านบาร์เรล สู่ระดับ 510 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 24 เม.ย. ซึ่งมีน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์ได้มีการคาดการณ์ว่าจะพุ่งขึ้น 10.6 ล้านบาร์เรล นอกจากนี้ สัญญาน้ำมันดิบยังได้รับแรงหนุนจากการที่หลายประเทศในยุโรป และหลายรัฐในสหรัฐ ได้เริ่มคลายมาตรการล็อกดาวน์และได้มีการเตรียมเปิดเศรษฐกิจ ซึ่งคาดว่าจะช่วยหนุนความต้องการใช้น้ำมันให้ฟื้นตัวขึ้นอีกด้วย…

ที่มากับอาหาร สาร 3-MCPD เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้มาจากการย่อยสลายของโปรตีน

ที่มากับอาหาร สาร 3-MCPD

ที่มากับอาหาร สาร 3-MCPD  ปนเปื้อน แต่ยังไม่มีปริมาณที่เกินค่ามาตรฐานของไทย

ที่มากับอาหาร สาร 3-MCPD

ซอสถั่วเหลือง หรือซีอิ๊ว ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้มาจากการย่อยสลายของโปรตีน ของถั่วเหลือง หรือส่วนผสมของถั่วเหลืองและแป้งข้าวสาลีโดยการหมัก หรือการย่อยด้วยสารเคมีแล้วนำไปฆ่าเชื้อด้วยความร้อน ระดับพาสเจอไรซ์แล้วบรรจุลงขวด

ซอสถั่วเหลืองส่วนใหญ่มีกระบวนการผลิต 2 รูปแบบคือ ด้วยการหมักด้วยจุลินทรีย์แบบดั้งเดิม วิธีนี้ซอสจะมีรสชาติดี กับอีกวิธีด้วยการย่อยสลายโปรตีนของถั่วเหลือง โดยใช้กรดเกลือความเข้มข้นสูงในสภาวะที่มีอุณหภูมิสูง วิธีนี้แม้รสชาติจะด้อยกว่าวิธีแรก ที่นิยมใช้เหมาะสำหรับการผลิตในระดับอุตสาหกรรม เพราะใช้ระยะเวลาในการผลิตรวดเร็วกว่า แต่วิธีนี้ทําให้สาร 3-MCPD เกิดขึ้นและปนเปื้อนอยู่ในซอสถั่วเหลือง

หากร่างกายได้รับปริมาณสาร 3-MCPD ปริมาณมากและบ่อยครั้ง จะทําให้เกิดความเป็นพิษระยะยาว โดยสารดังกล่าวองค์การวิจัยโรคมะเร็งนานาชาติที่ได้จัดให้เป็นสารในกลุ่ม 2B ที่อาจจะก่อให้มะเร็งในคนได้

วันนี้ทาง สถาบันอาหาร ได้สุ่มตัวอย่างซีอิ๊วขาวและซอสถั่วเหลืองจำนวน 5 ตัวอย่าง จาก 5 ยี่ห้อที่วางจำหน่ายในกรุงเทพฯ นำมาวิเคราะห์ปริมาณสาร 3-MCPD ผลปรากฏว่ามีซอสถั่วเหลืองจำนวน 3 ตัวอย่าง พบสาร 3-MCPD ปนเปื้อน แต่ยังไม่มีปริมาณที่เกินค่ามาตรฐานของไทย ที่กำหนดให้พบสาร 3-MCPD ปนเปื้อน ในผลิตภัณฑ์ปรุงรสที่ได้จากการย่อยโปรตีนของถั่วเหลืองได้ไม่เกิน 0.5 มิลลิกรัม/กิโลกรัม

เห็นผลวิเคราะห์อย่างนี้แล้ว วันนี้ใช้ซีอิ๊วขาวและซอสถั่วเหลืองปรุงอาหารหรือปรุงรสกันได้อย่างสบายใจกัน แต่ขอแนะนำเพิ่มเติมว่า อย่าทานอาหารเดิมซ้ำๆ เลือกทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เน้นทานผัก ผลไม้ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้ร่างกายแข็งแรงและสามารถมีภูมิต้านทานต่อสารพิษได้เป็นอย่างดี.

ข่าว WTI ปิดตัวร่วงลงอย่างมาก ราคาน้ำมันติดลบเป็ครั้งแรก จึงทำให้ผู้ขายจำหน่ายน้ำมันทะลัก

ข่าว WTI ปิดตัวร่วงลงอย่างมาก

ข่าว WTI ปิดตัวร่วงลงอย่างมาก ราคาน้ำมันยังถูกกดดันจากการที่คลังน้ำมันของสหรัฐกำลังกักเก็บน้ำมัน

ข่าว WTI ปิดตัวร่วงลงอย่างมาก

มีผู้สื่อข่าวรายงานว่า สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI)ตลาดนิวยอร์กได้มีการปิดทรุดตัวลงสู่ระดับติดลบเป็นครั้งแรกเมื่อคืนนี้(20 เม.ย.) เนื่องจากมีความกังวลเกี่ยวกับอุปสงค์น้ำมันที่ลดลงจากผลกระทบของไวรัสโควิด-19ที่แพร่ระบาดไปทั่วโลก นอกจากนี้แล้ว ราคาน้ำมันยังถูกกดดันจากการที่คลังน้ำมันของสหรัฐกำลังกักเก็บน้ำมันใกล้เต็มความจุท่ามกลางภาวะน้ำมันล้นตลาด

โดยสัญญาน้ำมันดิบ WTIส่งมอบเดือนพ.ค. ร่วงลง 55.90 ดอลลาร์ หรือ 306% ปิดที่ -37.63 ดอลลาร์/บาร์เรล

ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนมิ.ย. ลดลง 2.51 ดอลลาร์ หรือ 8.94% ปิดที่ 25.57 ดอลลาร์/บาร์เรล

ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTIร่วงลงสู่ระดับติดลบเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เริ่มมีการซื้อขายสัญญาน้ำมันในตลาดNYMEXเนื่องจากนักลงทุนยังคงวิตกกังวลว่า การที่รัฐบาลทั่วโลกใช้มาตรการล็อกดาวน์ ซึ่งรวมถึงการสั่งให้ประชาชนอยู่แต่ในบ้านและห้ามเดินทางเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 นั้น จะส่งผลให้ความต้องการใช้น้ำมันทรุดตัวลง

ทางด้านสำนักงานพลังงานสากล (IEA)ได้ออกรายงานเตือนว่า วิกฤตการณ์จากแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19จะทำให้ความต้องการใช้น้ำมันลดลง 29 ล้านบาร์เรล/วันในเดือนเม.ย. แตะระดับต่ำสุดในรอบ 25 ปี เนื่องจากประเทศต่างๆ พากันออกมาตรการจำกัดการเดินทางเพื่อควบคุมการระบาดของโควิด-19

นอกจากนี้ โกลด์แมน แซคส์ ยังแสดงความเห็นว่า การที่กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และชาติพันธมิตรหรือโอเปกพลัส บรรลุข้อตกลงปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันเพียง 9.7 ล้านบาร์เรล/วัน ถือว่าน้อยเกินไป และยังไม่มากพอที่จะช่วยชดเชยผลกระทบของอุปสงค์น้ำมันที่ทรุดตัวลงอย่างหนักในช่วงที่ผ่านมา

นักวิเคราะห์จากบริษัทไพรซ์ ฟิวเจอร์ส กรุ๊ป ในเมืองชิคาโก ระบุว่า นอกเหนือจากความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของโควิด-19 แล้ว การที่คลังเก็บน้ำมันของสหรัฐกำลังกักเก็บน้ำมันใกล้เต็มความจุ ในขณะที่สต็อกน้ำมันสหรัฐก็พุ่งขึ้นเป็นประวัติการณ์ด้วยนั้นเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้นักลงทุนกระหน่ำขายสัญญาน้ำมันดิบ WTI เดือนพ.ค. ซึ่งจะครบกำหนด ส่งมอบในวันอังคารที่ 21 เม.ย.นี้

ส่วนสัญญาน้ำมันดิบ WTIเดือนมิ.ย. ปิดร่วงลง 4.60 ดอลลาร์ หรือ 18.3% แตะที่ระดับ 20.03 ดอลลาร์/บาร์เรล เมื่อคืนนี้

นักลงทุนจับตารายงานสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐ โดยสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) มีกำหนดเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวในวันพรุ่งนี้ เวลา 21.30 น.ตามเวลาไทย…

ข่าวหุ้นBEM จับมือ “ทรูมันนี่” เปิดเติมเงินบัตรโดยสาร MRT ผ่านแอปฯ “TrueMoney Wallet”

ข่าวหุ้นBEM

ข่าวหุ้นBEM เปิดเผยว่า บริษัทฯ เฝ้าติดตามสถานการณ์และยกระดับมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

ข่าวหุ้นBEM

ดร. สมบัติ กิจจาลักษณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM
เปิดเผยว่า บริษัทฯ เฝ้าติดตามสถานการณ์และยกระดับมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในสถานีรถไฟฟ้า MRT อย่างใกล้ชิดตลอดเวลา นอกจากเพิ่มความถี่ของขบวนรถไฟฟ้าในชั่วโมงเร่งด่วนตามมาตรการ Social Distancing และเน้นย้ำเรื่องมาตรการการทำความสะอาดภายในสถานีและภายในรถไฟฟ้าเพื่อความ ปลอดภัยในพื้นที่แล้ว ยังดูแลถึงสุขภาพอนามัยของผู้ใช้บริการ พนักงานและพันธมิตรคู่ค้า ล่าสุดจึงร่วมมือกับทรูมันนี่เพิ่มบริการเติมเงินบัตรโดยสาร MRT และ MRT Plus แบบไร้เงินสดผ่านอีวอลเล็ทซึ่งถือเป็นทางเลือกใหม่ที่เข้ามาเสริมช่องทางการเติมเงินแบบเดิม ทั้งการเติมเงินโดยใช้เงินสดผ่านห้องออกบัตรโดยสารและผ่านเครื่องออกเหรียญโดยสาร อัตโนมัติ ตามสถานีต่าง ๆ โดยนำเทคโนโลยี e-Payment เข้ามาตอบโจทย์ในเรื่องความรวดเร็ว สะดวกสบาย แก้ปัญหาการเตรียมเงินสดมาไม่พอเติม ตอบรับกับสภาวการณ์ปัจจุบันที่ผู้ใช้มีความกังวลเรื่องสุขอนามัยในการสัมผัสสิ่งของต่าง ๆ ช่วยส่งเสริมการสร้างสังคมไร้เงินสดของประเทศในระยะยาว ด้านนางสาวมนสินี นาคปนันท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) บริษัท แอสเซนด์ มันนี่ จำกัด เปิดเผยว่า ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าที่กำลังสร้างความตื่นตัวด้านสุขภาพในวงกว้าง ทรูมันนี่ ในฐานะผู้นำด้านบริการอิเล็กทรอนิกส์เพย์เมนท์ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการนำเทคโนโลยีอย่างเรื่องของอีวอลเล็ทมาอำนวยความ สะดวกและลดความกังวลของผู้ใช้บริการขนส่งมวลชน เช่น รถไฟฟ้า MRT ที่ยังคงมีความจำเป็นต้องเดินทาง ดังนั้นจึงได้ทำงานร่วมกับทีมงานของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BEM) อย่างใกล้ชิด ในการเร่งเปิดให้บริการเติมเงินบัตร MRT และ MRT Plus ผ่านแอปฯ
TrueMoney Wallet เพื่อลดความเสี่ยงให้ทั้งผู้ใช้บริการและเจ้าหน้าที่จากการสัมผัสสิ่งของต่าง ๆ
รวมถึงเงินสด และสนับสนุนการรณรงค์เว้นระยะห่างทางสังคม(Social Distancing) นอกจากการเติมเงินบัตรโดยสาร MRT และ MRT Plus ผ่านแอปฯ ในครั้งนี้ อีกทั้งยังมีแผนขยายความร่วมมือไปในส่วนของการชำรเงินค่าจอดอาคารจอดแล้วจร ตลอดจนร้านค้าตามสถานีต่าง ๆ ใน Metro Mall เริ่มจากประเภทที่ได้รับการอนุญาตให้ยังคงเปิดบริการ อาทิ ร้านอาหารและเครื่องดื่มแบบ Take-Home ให้ลูกค้าสามารถแตะ สแกน จ่ายเงิน หรือเติมเงินมือถือ หรือจ่ายบิลต่าง ๆ เพื่อลดความเสี่ยงด้วยเช่นกัน…

ข่าวหุ้น โบรกฯ มองบวกเล็กน้อย หลังสายการบินจะทยอยกลับมาเปิดให้บริการ 1 พ.ค.นี้

โบรกฯ 

ข่าวหุ้น โบรกฯ สายการบินจะทยอยกลับมาเปิดให้บริการ มองยังไม่หนุนงบฟื้นอย่างมีนัย เหตุยังต้องคุมเข้มที่นั่ง 

ข่าวหุ้น โบรกฯ

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -20 เม.ย. 63 9:55: น.
โบรกฯ มองบวกเล็กน้อย หลังสายการบินจะทยอยกลับมาเปิดให้บริการ 1 พ.ค.นี้ มองยังไม่หนุนงบฟื้นอย่างมีนัย เหตุยังต้องคุมเข้มที่นั่ง – ตปท.เปิดบางเส้นทาง มอง 2 หุ้น AOT-AAV เริ่มรับข่าว แต่ยังแนะแค่ถือเท่านั้น

บล.เคทีบี เปิดเผยผ่านบทวิเคราะห์รายวันว่า หลังจากมีข่าว สายการบินทยอยกลับมาเปิดให้บริการเที่ยวบินในประเทศตั้งแต่ 1 พ.ค.สายการบินไทยแอร์เอเชีย และสายการบินไทยไลอ้อนแอร์ ประกาศมีแผนจะกลับมาให้บริการเที่ยวบินภายในประเทศตั้งแต่ 1 พ.ค.

ทั้งนี้มองเป็นบวกเล็กน้อย ซึ่งเป็นข่าวดีที่สายการบินกลับมาให้บริการจะทำให้เริ่มกลับมามีรายได้อีกครั้ง หลังจากเดือน เม.ย.ที่หยุดทำการบินทั้งในประเทศและต่างประเทศทั้งหมด แต่ยังมองบวกไม่มาก โดยประเมินว่าจำนวนผู้โดยสารจะยังคงอยู่ในระดับต่ำต่อเนื่องตลอดทั้ง Q2/63 เพราะจะยังเป็นเพียงการเปิดให้บริการเที่ยวบินในประเทศเฉพาะเส้นทางหลักเท่านั้น

ส่วนเที่ยวบินต่างประเทศคาดว่าจะยังไม่กลับมาเปิดให้บริการในเร็วๆ นี้ นอกจากนั้น จากมาตรการ social distancing อาจทำให้การจัดที่นั่งบนเครื่องบินทำได้ไม่เต็มที่ส่งผลให้ load factor จะอยู่ในระดับต่ำ โดยประเมินว่าธุรกิจสายการบินจะยังขาดทุนต่อเนื่องตลอดทั้งปี 2563 ด้านราคาหุ้นกลุ่มสายการบินเราคาดว่าได้สะท้อนข่าวลบไปแล้ว

ทั้งนี้ AAV เราแนะนำ ถือ ราคาเป้าหมาย 1.80 บาท ขณะที่ในส่วนของธุรกิจสายการบิน AOT คาดว่าจะได้ผลบวกจากสายการบินที่
เริ่มทยอยกลับมาทำการบินอีกครั้ง ทั้งนี้ เราประเมินจำนวนผู้โดยสารในเดือนเม.ย.จะเป็นจุดต่ำสุด แต่จะยังฟื้นตัวช้าจนกว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดCOVID-19 จะคลี่คลายในปีหน้า โดย AOT เรายังแนะนำ ถือ ราคาเป้าหมาย 61.00 บาท

ลักษณะธุรกิจของ AOT
ทอท.ประกอบธุรกิจท่าอากาศยานของประเทศไทย โดยธุรกิจหลักประกอบด้วย การจัดการ การดำเนินงาน และการพัฒนาท่าอากาศยาน โดยมีท่าอากาศยานในความรับผิดชอบ 6 แห่ง คือ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ท่าอากาศยานดอนเมือง ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ท่าอากาศยานภูเก็ต และท่าอากาศยานหาดใหญ่ ซึ่งท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งนี้ ให้บริการเที่ยวบินภายในประเทศและระหว่างประเทศ โดยมีท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเป็นท่าอากาศยานหลักของประเทศ…

TOP เป็นที่รู้กันดี อยู่แล้วว่าหลาย ๆ สำนักประเมินช่วงไตรมาส 1 ปี 2563

TOP เป็นที่รู้กันดี

TOP เป็นที่รู้กันดี จะมีผลขาดทุนสุทธิราว 1.57 หมื่นล้านบาท พลิกจากที่มีกำไร 4.4 พันล้านบาทในช่วงไตรมาส 1 ปี 2562

TOP เป็นที่รู้กันดี

เป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่าหลาย ๆ สำนักประเมินช่วงไตรมาส 1 ปี 2563 ของบริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP จะมีผลขาดทุนสุทธิ….. แต่จะมากน้อยเท่าไรต้องรอดูจากการประกาศชัด ๆ ของบริษัท!? อย่างคร่าว ๆ จากการประเมินของบล.เอเชีย เวลท์ ว่าในไตรมาส 1 ปี 2563 ทาง TOP จะมีผลขาดทุนสุทธิราว 1.57 หมื่นล้านบาท พลิกจากที่มีกำไร 4.4 พันล้านบาทในช่วงไตรมาส 1 ปี 2562 และจากที่มีกำไรสุทธิ 1.98 พันล้านบาท ในช่วงไตรมาส 4 ปี 2562 นั่นเอง สำหรับปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อช่วงไตรมาส 1 ปี 2563 เนื่องจากการรับรู้ Stock loss (รวม NRV) ที่มากถึง 1.3 หมื่นล้านบาท จากราคาน้ำมันดิบที่ปรับลดลง อีกทั้งการรับรู้ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 2.45 พันล้านบาท ตามทิศทางของค่าเงินบาทที่อ่อนค่า และการดำเนินงานปกติ ได้รับผลกระทบจากค่าการกลั่น พร้อมด้วยส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ที่ลดลง นอกจากนี้คาดว่า TOP จะมี Market GIM อยู่ที่ 2.6 เหรียญต่อบาร์เรล โดย Margin ของกลุ่มธุรกิจหลัก คาดบริษัทจะมีค่าการกลั่น ไตรมาส 1 ปี 2563 อยู่ที่ 0.5 เหรียญต่อบาร์เรล ลดลงจากช่วงไตรมาส 1 ปี 2562 อยู่ที่ 3.0 เหรียญต่อบาร์เรล และในไตรมาส 4 ปี 2562 อยู่ที่ 2.7 เหรียญต่อบาร์เรล โดยมีอัตราการกลั่นอยู่ที่ 111%
ส่วนทางด้านธุรกิจอะโรเมติกส์ บริษัทมี Margin อยู่ที่ 1.6 เหรียญต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวจากไตรมาส 4 ปี2562 ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการฟื้นตัวของส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ โดยในช่วงไตรมาส 1 ปี 2563
บริษัทมีส่วนต่างพาราไซลีนและเบนซีนเพิ่มขึ้น 34% และ 278% จากไตรมาส 4 ปี 2562 ตามลำดับเป็นผลมาจากต้นทุนผลิต (ULG95) ที่ลดลง โดยบริษัทมีอัตราผลิตอยู่ที่ 80% ทั้งนี้เมื่อรู้อยู่แล้วว่าในช่วงไตรมาส 1 ปี 2563 จะขาดทุนสุทธิก็ควรมองข้ามไปดูช่วงระยะถัดไปว่าจะกลับมาฟื้นเมื่อไร? คำตอบจากบทวิเคราะห์ประเมินว่า ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2563 จะเป็นจุดต่ำสุดของปี 2563 แล้ว และเชื่อว่าในช่วงไตรมาส 2 ปี 2563 ผลประกอบการจะฟื้นตัวขึ้นจากไตรมาส 1 ปี 2563 อยู่ที่ 95% จากความต้องการในประเทศที่ชะลอตัว โดยเฉพาะกลุ่มน้ำมันเบนซิน และน้ำมันอากาศยาน ดังนั้นให้สมมติฐานค่าการกลั่น Market GRM อยู่ที่ 2.2 เหรียญต่อบาร์เรล และ Market GIM อยู่ที่ 4.5เหรียญต่อบาร์เรล พร้อมกับคาดว่าหลังพ้นจากสถานการณ์โควิด-19 จะกลับมาฟื้นตัวในช่วงครึ่งหลังของปี 2563 ขณะที่ลุ้นว่าในช่วงไตรมาส 2 ปี 2563 จะฟื้นตัวกลับมาดีขึ้นนั้น อีกสิ่งที่น่าสนใจ TOP ยังมีจุดแข็งด้วยพื้นฐานแข็งแกร่งอยู่ เมื่อไปดูฐานะทางการเงินก็ยังคงพบว่าแข็งแกร่งมาก ไม่ได้เลวร้ายสักนิดเดียว… เพราะสินทรัพย์หมุนเวียนมีมากถึง 134,676.29 ล้านบาท เทียบกับหนี้สินหมุนเวียนเพียง 38,666.70 ล้านบาท ได้ค่า CURRENT RATIO อยู่ที่ระดับ 3.48 เท่า ถือว่า สภาพคล่องทางการเงินของบริษัทยังมีพอสมควร…